2008/Jul/13

ผมพึ่งได้เจ้า acer aspire one มาทดลองใช้ครับ ราคาที่ตั้งเอาไว้ไม่รวม VAT จองในงาน Commart ก็อยู่ที่ 14,900 บาท สำหรับการออกแบบตัวเครื่อง ถือได้ว่าผ่านฉลุย ตัดสินใจซื้อไม่ยากเลย เรียกว่ายกไปที่เล่นที่ไหนจะทำให้ใครๆต้องเหลียวมามองในความกะทัดรัดของตัวเครื่องได้อย่างแน่นอน

ค้นหาในเว็บเขาตั้งชื่อเล่นให้ notebook เครื่องนี้ว่า น้องวรรณ มาจาก aspire one ซึ่งผมเองก็คิดว่าเข้าท่าทีเดียว...

 

สำหรับการรับของจาก itcity ก็มีขลุกชลักนิดหน่อย เพราะพนักงานที่เคาน์เตอร์ไม่มีใครทราบเลยว่าจะต้องทำอย่างไรกับลูกค้าที่ถือใบจองมาจากงาน ผมรออยู่เกือบ 25 นาที เธอจึงทราบว่าจะต้องให้ผมชำระเงินที่ค้างอยู่ แล้วแจ้งด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่าของสองสามอย่างในรายการแถมยังไม่ได้ตอนนี้ ต้องให้มารับภายหลัง ซึ่งก็คือ

- SD Card Memory 8GB

- ชุด True WIFI 6 เดือน unlimited

- ฯลฯ

 

ซึ่งก็ทำให้เสียความรู้สึกเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่าถ้าหากไม่พร้อมก็ไม่น่าที่จะจัดรายการแบบนี้ และจะทำให้ลูกค้าต้องเสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารับในภายหลัง ปัญหาต่อมาที่เจอก็คือ เมื่อนำเครื่องกลับมาที่บ้านแล้วปรากฏว่าเมื่อเปิดเครื่องเล่นไปได้สักเล็กน้อยหน้าจอก็ดับลง ตอนแรกนึกว่า เป็นเพราะแบตหมดแต่จริงๆไม่ใช่เพราะตอนหลังเปิดมาก็ยังเหลืออยู่เต็ม ผมมาสังเกตุว่ามันดับลงตอนที่เริ่ม connect เข้ากับ WIFI ที่บ้าน การดับของหน้าจอนั้น ดับลงไปเฉยๆในขณะที่ไฟ power ก็ยังติดเป็นสีเขียวอยู่ แต่คีย์บอร์ดนั้นไม่ตอบสนองใดๆเสียแล้ว

 วันต่อมาจึงยกไปเปลี่ยน ช่างดูแล้วก็เปลี่ยนให้แต่โดยดี เพราะน้องวรรณก็งองแงเหมือนกับตอนที่อยู่ที่บ้านไม่มีผิด เครื่องที่ผมพิมพ์อยู่นี้จึงเป็นน้องวรรณเครื่องที่สองแล้ว

พอน้องวรรณเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว ก็ไม่โยเยอะไรอีก มีแค่ปุ่ม power บางครั้งเปิดแล้วไม่ยอมติด ต้องปิดและเปิดอยู่สองครั้งจึงจะติด การใช้งานของน้องวรรณ เมื่อแกะกล่องมาจะลงระบบปฏิบัติการเป็น Linpus Linux ซึ่งก็มาจาก kernel ของ Fedora หรือ Red Hat สมัยก่อนนั่นเอง ดังนั้นหากใครใช้ Fedora มาก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ Shell ที่ครอบ OS นี้มานั้นเป็น KDE Desktop ไม่ใช่ GNOME อย่างที่หลายๆคนคุ้นเคย เริ่มต้นมาจะต้องลงภาษาไทยก่อน ให้ไปที่

 http://www.acer.co.th/acerthai2/index.php?method=software&module_id=13&submodule_current=22

 

เพื่อทำการ download thai patch แล้วทำตามขั้นตอนวิธีการที่อยู่ในไฟล์ pdf ซึ่งไม่ยากเย็นอะไร แม้แต่คนที่ไม่เคยเล่น linux มาก่อนก็น่าจะทำได้เพราะบอกขั้นตอนเอาไว้อย่างละเอียด สำหรับคนที่ไม่อยากเล่น linux จริงๆก็ไปลง xp เองก็ได้ครับแต่เนื้อที่ Flashdrive จะเหลือเพียง 1GB กว่าๆ ซึ่งอาจจะน้อยไปหน่อย และความเร็วก็อาจจะสู้ linux ไม่ได้ (แต่ถ้าหากต้องการจริงๆ ก็มี windows xp เวอร์ชัน customized ซึ่งจะเล็กลงมาก เพราะตัดเอาเฉพาะที่จำเ็ป็นเท่านั้น เช่นรุ่น Winxp ComindyMini ลองหาได้จาก Thread นี้นะครับ ตรงนั้นจะกินที่เพียง 2GB กว่า และเหลือใช้งานได้ประมาณ 5GB ครับ ) 

 

ขั้นตอนต่อไปจะลง skype แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไรนะครับ

2008/Jul/09

หนังสือ และ Link ที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กรของตนเองอย่างยั่งยืนนะครับ

 

สุนทรียสนทนา 

 


 

ความคิดเกี่ยวกับการบริหารองค์กรเชิงวิทยาศาสตร์กระบวนทัศน์ใหม่

 

(turning to one another)
มาร์กาเร็ต เจ. วีตลีย์ เขียน / บุลยา แปล

 


 

Blog ที่เขียนเกี่ยวกับสุนทรียสนทนา กระบวนทัศน์ใหม่ จิตตปัญญา การบริหารองค์กรทางเลือก

 


Link

  • เว็บไซต์ วงน้ำชา (www.wongnamcha.com) ของสถาบันขวัญเมือง หรือ มูลนิธิสังคมวิวัฒน์ เชียงราย

 

2008/Jun/20

ผมมี Thread อยู่ใน webboard ของวงน้ำชา เห็นว่าเป็นเรื่องต่อเนื่องไปเลยอยากนำมาแบ่งปันครับ

 

 จากที่คุณตห. ได้ให้แสงสว่างในเรื่องการปฏิบัติตนของคุณลูก เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก หากคุณลูกเปี่ยมไปด้วยความเมตตา กรุณาอย่างแท้จริง และไม่ใช่การกระทำลงไปอย่างตัดสิน และ ตอบโต้ ก็ย่อมที่จะเลือกสรรคำพูด ให้สามารถที่จะดูแลวาระของคุณแม่ได้อย่างเหมาะสม ผมว่าคุณลูกในตัวอย่างที่หนึ่งอาจจะมีการใช้การ React ที่เกิดจากโทสะมาเจือบ้าง ซึ่งแน่นอนยอมมาจาก แบบแผนพลังเดิมที่มักจะสะสมอยู่ในทุกๆครอบครัว หากคุณลูกได้พิจารณาและช้าลงแล้วคำตอบอาจจะไม่ใช่เช่นนั้น อาจจะเป็น


คุณแม่ "ก็ดี อีกหน่อยจะได้สมัครงานที่นั่นเลย"
คุณลูก "เดี๋ยวรอเขารับตำแหน่งผ.อ.ก่อนแม่ แล้วจะไปสมัคร"

ซึ่งจะออกแนวขำๆ หรือเปล่า หรืออาจจะเป็น

คุณแม่ "ก็ดี อีกหน่อยจะได้สมัครงานที่นั่นเลย"
คุณลูก "ไม่ต้องทำที่นั่นหรอกแม่ เป็นที่ปรึกษาให้เขาสนุกกว่า ได้เงินมากกว่าด้วย"

ก็อาจจะดูแลวาระของคุณแม่ในเรื่องผลตอบแทนทางการเงิน แต่ไม่ได้เรื่องความมั่นคง หรือจะเป็น

คุณแม่ "ก็ดี อีกหน่อยจะได้สมัครงานที่นั่นเลย"
คุณลูก <เงียบไปพักหนึ่ง> "แม่กินข้าวหรือยัง?"

ก็เป็นการตอบ โดยไม่ตอบ ซึ่งอาจจะเป็นวิธีที่ดีเพราะรักษาความรู้สึกแม่ แต่ไม่ดีเพราะเหมือนกับหลีกเลี่ยงที่จะพูดความเป็นจริงที่อยู่ในใจ

ก็คงต้องห้อยแขวนเอาไว้ในเรื่องนี้ ฝากให้ทุกท่านช่วยกันพิจารณาและหาคำตอบที่เหมาะสมกันมาเพิ่มเติม

วันนี้ผมได้ยินเพลงของ David Gates แล้วนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก ก็เลยนำมาฝากทุกคน โดยพยายามแปล และแปลงให้เป็นภาษาไทย ฝากให้เป็นของขวัญครับ..


It don't matter to me by David Gates (1969)

It don't matter to me
If you really feel that
You need some time to be free
Time to go out searching for yourself
Hoping to find
Time ... to go to find

It don't matter to me
If you take up with
Someone who's better than me
'Cause your happiness is all I want
For you to find
Peace ... your peace of mind

A lot of people have an ego hang-up
'Cause they want to be the only one
How many came before it
really doesn't matter
Just as long as you're the last
Everybody's moving on and try to find out
What's been missing in the past

And it don't matter to me
If your searching brings you
back together with me
'Cause there'll always be
An empty room waiting for you
An open heart waiting for you
Time is on my side ...

'Cause it don't matter to me ...
It don't matter to me ....
It don't matter to me ....
It don't matter to me ....
It don't matter to me ....
It don't matter to me ....

'Cause there'll always be
An empty room waiting for you
An open heart waiting for you
Time is on my side ...

'Cause it don't matter to me ...




มันไม่เป็นไรหรอก..ที่รัก
โดย เดวิด เกตส์ นักร้องวง BREAD (พ.ศ. 2512)


มันไม่เป็นไรหรอกที่รัก
ถ้าหากเธอรู้สึกว่า
เธอต้องการเวลาส่วนตัว
ที่เธอจะติดปิกแห่งอิสรภาพ
เพื่อโบยบินออกไปค้นหาตัวของเธอเอง
...ฉันอธิษฐาน
...ให้เธอได้พบเจอให้สิ่งที่เธอกำลังตามหา

มันไม่เป็นไรเลยจริงๆ
ถ้าหากเธอจะลงเอยกับ
ใครสักคนหนึ่งซึ่งดีกว่าฉันทุกๆอย่าง
เพราะความสุขของเธอเท่านั้นที่เป็นยอดปรารถนาของฉัน
....ฉันอวยพร
...ให้กับสันติสุขในใจของเธอ

ผู้คนส่วนใหญ่หลงไปยึดติดอยู่กับตัวตนปลอมๆของเขา
เพราะพวกเขาต้องการจะเป็น "หนึ่งเดียว" ของใครสักคน
สำหรับฉันไม่ว่าเธอจะพบเจอใครมาเท่าใด
ไม่ใช่สาระสำคัญแม้แต่น้อย
หากฉันจะได้รับอนุญาตให้คาดหวัง
ฉันก็ขอหวังว่าเธอจะเป็นคนสุดท้ายของฉันนะที่รัก

....ผู้คนออกเดินทางเพื่อแสวงหาสิ่งต่างๆ
เพราะเขาต้องการเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายในอดีต...

และมันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ที่รัก
ถ้าหากการเดินทางของเธอ
จะนำเธอกลับมาหาฉันอีกครั้งหนึ่ง
เพราะฉันได้ตระเตรียมที่ว่างให้กับเธอไว้
ภายในหัวใจของฉันนี้แล้ว
หัวใจของฉันเปิดไว้อย่างกว้างขวาง
เพื่อรอที่จะให้เธอเดินเข้ามา
ให้ฉันได้สวมกอดอีกสักครั้ง...

เพราะไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม
มันก็ไม่เป็นไรเลย..ที่รัก.