2008/Dec/20

8 ธันวาคม 2551

    ผมได้พูดคุยกับมอร์แกน เรื่องเพื่อนชาวตะวันตกคนหนึ่งของเขาซึ่งสนใจที่จะใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เป็นพิษภัยต่อสิ่งแวดล้อม เขาบอกว่าเพื่อของเขาคนนี้ได้ใตร่ตรองอย่างแยบคายถึงกระบวนการในการใช้ชีวิต เขาเสาะหาหนทางที่ทำให้ความเป็นอยู่ของเขานั้นรบกวนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด แม้แต่อุจจาระของเขาเองก็ถ่ายลงในถังเล็กๆ เมื่อถ่ายเสร็จแต่ละครั้งเขาก็จะตักแกลบ หรือเศษขี้เลื่อยคลุมเอาไว้ เมื่อครบหนึ่งสัปดาห์ เขาจะนำมันออกไปเทรวมกับเศษใบไม้และสิ่งปฏิกูลอื่นๆเพื่อที่จะหมักเอาไว้ทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ต่อไป ตัวมอร์แกนเองก็น่าสนใจมาก เขาเป็นพวกที่เราเรียกว่า Vegan ซึ่งทานแต่ผัก ผลไม้ แต่จะไม่แตะต้องอาหารที่มาจากสัว์เลย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ นม หรื อไข่ก็ตาม มอร์แกน เล่าให้ฟังว่า ผัก ผลไม้ ที่เขาทานนั้น เขาจะแบ่งมันออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งเอาไว้ทำทานในมื้อนั้น แต่ส่วนที่ 2 เขาจะเก้เอาไว้ในช่องแข็งของตุ้เย็น ส่วนสุดท้ายคือส่วนที่รัปประทานไม่ได้ เขาก็จะโยนลงไปทิ้งเอาไว้ในถังเล็กๆ ทุกๆอาทิตย์มอร์แกนจะเดินหิ้วถังขยะซึ่งเต็มไปด้วยเศษอาหารเพื่อเดินไปที่สวนของสหกรณ์ซึ่งเขาเป็สมาชิกอยู่ และทิ้งเศษอาหารเหล่านั้นลงไปในถังขนาดใหญ่ ภายในถังมีเศษใบไม้ กิ่งไม้ผสมปนอยู่ เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเดือนหรือกว่านั้น ภายในถังพวกตัวหนอนและจุลินทรีย์ตามธรรมชาติก็จะหมักบ่ม ทำให้เศษอาหารเหล่านั้นกลายเป็นดินร่วนซุย ซึ่งอุดมไปด้วยอินทรีย์ธาตซึ่งเป็นอาหารอันโอชะของพืชพันธ์ต่างๆ

    เมื่อได้ฟังเรื่องของมอร์แกน ผมรู้สึกว่า การใช้ชีวิตของเขาช่างเป็นไปอย่างระมัดระวัง ผมฝช้คำว่าระมัดระวังในความหมายของผู้ที่มีทักษะในการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท การใช้ชีวิตเช่นนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความมั่งคั่งร่ำรวยแห่งโลกทุนนิยม เขาอาจจะเลือกใช้ชีวิตอย่างใดก้ได้ตามที่ปรารถนา แต่เขากลับเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างใคร่ครวญ ผมบอกเขาว่าผมรู้สึกชื่นชมเขามากที่เขาใช้ชีวิตเช่นนี้ มอร์แกนยิ่มเล็กน้อยก่อนที่จะแตกบ่าของผมอย่างหยอกเอิน
    
    อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกทึ่งในตัวเขาก็คือเรื่อง "กิมจิ"  มอร์แกนทำกิมจิเอาไว้ทานเองที่บ้านของเขา เขาใช้ผักที่ปลูกโดยสหกรณ์ของเขา และหมักกิมจิด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งก็คือนำผักมาวางเอาไว้ในภาชนะแล้วใส่เกลือลงไป ใช้ถุงพลาสติกใส่น้ำเพื่ออับอากาศและวางทิ้งเอาไว้ในระยะเวลาหนึ่ง เขาก็จะได้กิมจิเอาไว้ทานอย่างเอร็ดอร่อย การทำกิมจิเอาไว้ทานเองเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ในสังคมยุคใหม่ของคนไทยเรา การถนอมอาหารไว้รับประทานเองที่บ้านดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ใคร่จะมีใครให้ความสำคัญอีกแล้ว โดยเฉพาะในสังคมเมือง ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน เราไปรับประทานอาหารเกาหลี ทานกิมจิ เพราะมันเป็นแฟชั่น เราทดลองอาหารแปลกๆใหม่ๆไปเรื่อยตามความต้องการของจิตใจที่ต้องไขว่คว้าไปอย่างแทบไม่มีเวลานึกคิดตรึกตรองถึงที่มาที่ไปของอาหารที่เรารับประทานเข้าไป เราใช้ชีวิตอยู่อย่างผิวเผิน ไม่ดื่มด่ำกับสิ่งใด ใช้ชีวิตอย่างประมาท เราหวั่นไหวคลอนแคลนง่ายจนเกินไป เราต้องการจะเติมเต็มความต้องการของอัตตา ว้าวุ่นอยู่กับความรู้สึกบางอย่าง จมดิ่งอยู่กับปมปัญหาบ้องตื้นบางอย่างของเราจนไม่เหลือเวลาให้กับสิ่งอื่นนอกจากตัวเอง โลกของเรากลายเป็นโลกใบเล็กที่มีเพียงตัวเราและความต้องการของเราเท่านั้น เราอยู่ในโลกใบเล็กและมุมมองอันคับแคบ การเรียนรู้จึงเป็นไปด้วยความยากลำบากและขัดข้อง

 

2008/Dec/20

7 ธันวาคม 2551  

 

วันนี้เป็นวันพักผ่อนของเราที่ อนันดา อาศรม ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านบาดู พรุ่งนี้เป็นวันที่ผมจะได้เข้าร่วมใน Workshop ที่ตั้งตารอคอยมาพอสมควร การอยู่ในประเทศอินเดียมาเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ ทำให้ผมได้เรียนรู้ในหลายสิ่งหลายอย่าง ที่คุณแพทเคยบอกว่าประเทศอินเดียเป็นเหมือน "ผ้าขี้ริ้วห่อทอง" ผมก็เห็นด้วยว่าเป็นความจริงอย่างแน่นอน การมองประเทศอินเดียเพียงผิวเผินอาจจะทำให้เราไม่สามารถเห็นและเข้าใจในความงามที่ซ่อนอยู่ลึกๆ การพูดคุยกับมอร์แกนจากประเทศอเมริกา ทำให้ผมเกิดความเข้าใจในวิถีความเป็นอยู่ของคนอินเดียมากยิ่งขึ้น มอร์แกนพูดถึง มูลวัวตากแห้ง ซึ่งในตัวของมันมีก๊าซมีเธนและเศษซากพืชซึ่งวัวมันกินเข้าไปเป็นอาหาร คนอินเดียจะนำมูลวันมาตากแห้งแล้วนำไปทำเป็นเชื้อไฟได้เป็นอย่างดี ส่วนเตาก็ไม่ต้องไปซื้อหาที่ไหน เพราะเตาของเขาทำมาจากดินขุดหลุมลงไป และตกแต่งให้เป็นรูปเตาที่ดูราวกับเป็นประติมากรรมทางศิลป์ชิ้นหนึ่ง พวกเราหลายคนสงสัยว่าเพราะเหตุใดเตาจึงดูใหม่และสะอาดมาก ชีมา ภรรยาของ ซานจอนอธิบายว่า พวกเขาจะต้องทำความสะอาดมันทุกๆเช้า ด้วยการนำมาล้างและพอกดินโคลนเข้าไปใหม่ เราจึงถึงบางอ้อ

2008/Dec/20

4 ธันวาคม 2551

What defines india? The feeling of you getting ripped off in any minutes?  You can't relax because the unexpected is expected. Kolkata teaches you to just let go of your expectations.  The land is so real it can shake the most courageous man.  The city of 13 million people means you can bump into a person once and she will forever disappear from your life altogether.  Don't talk foolishly about the present moment.  You have to be present "here and now" all the time in order for you to maintain all your limbs attached well to your body.  The noise of the traffic is the only constant companion here.  Don't eat just rice because it won't get you thru the day.  You need the roti somtimes fried with greasly dark liquid, the socalled "oil".  

    'would any Thai people want to come to Kolkata?  What would be a few good reasons for him/her to come to this place?  Food?  Not really.  A Thai person can only take so muchh indian food.  The food is heavy, it's oily and has not many fresh vegetables.  Sightseeing?  What is there to be seen and cherish?  Not with an untrained and inexperienced eyes and mind.  See if you can tolerate the sight of a small child eating and sleeping on the footpath... (ended here because the ordered food were served at the table.)