MoviesME



Directed by
Bill Forsyth

Writing credits
Bill Forsyth


"Local Hero" เป็นภาพยนตร์ที่ผมรู้จักเพราะอัลบัม Sound Track ของ Mark Knofler
เพราะมากๆ แต่ตอนนี้คงหายสาบสูญไปแล้ว ผมดูหนังเรื่องนี้ครั้งหนึ่งหลายปีที่แล้ว รู้สึกว่าเป็นหนังที่ค่อนข้างจะน่าเบื่อ ตอนนี้ผมมาดูใหม่พบว่าหนังเรื่องนี้ซ่อนอะไรไว้เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ขันของผู้กำกับในเรื่องที่เล็กๆน้อยๆ แต่ work มากเช่นเดียวกัน

ฉากหมู่บ้านชายทะเลที่เงียบสงบทำให้ผมนึกถึงอลาสกาอย่างช่วยไม่ได้ หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว แต่เนื้อเรื่องก็ยังใช้ได้จนถึงปัจจุบัน การค้นหาความหมายของชีวิต ว่าเราทำงานไปเพื่ออะไร เงินคือจุดมุ่งหมายสูงสุดเท่านั้นหรือ? หรือจะเป็นรถสปอร์ตสักคัน? คำถามเหล่านี้เรายังถามกันได้อย่างไม่ตกยุค การเลือกระหว่างการสร้างโรงกลั่นน้ำมัน หรือหมู่บ้านชาวประมงที่ตั้งอยู่มาเป็นร้อยๆปี ในบรรยากาศที่งดงามของธรรมชาติ ยังเป็นโจทย์เกี่ยวกับคุณค่าของการดำรงอยู่ของคนปัจจุบันนี้

น่าสงสัยว่าเราต้องการสะสมวัตถุและเงินทอง เพื่อจะอยู่ในสังคมที่ปราศจากคุณธรรม ความรักในเพื่อนมนุษย์ สร้างกำแพงเพื่อแบ่งแยกระหว่างคนรวยและจน ในท้ายที่สุดเพื่อจะอยู่อย่างปลอดภัยในเขตรั้วบ้านของเราเท่านั้นหรือ เมื่อไหร่ที่เราเดินออกจากบ้าน โจร โขมย และผู้ร้ายซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดจากความเห็นแก่ัตัวของเราเอง การเอารัดเอาเปรียบ จะเข้ามากลุ้มรุมทำร้ายเรา เราอาจจะต้องเดินทางไปไหนด้วยรถหุ้มเกราะ หรือใส่เสื้อกันกระสุน ถ้าัวันนั้นมาถึงจริง เงินจะทำให้เรามีความสุขได้หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วควรจะโทษใคร?......
เป็นภาพยนตร์ที่ผมคิดว่าดีที่สุดเท่าที่ไปดูมาในปีนี้เลย

**** Warning Spoiler เล็กๆ ****

  • ดูจบผมนึกถึง...
  • คำว่า Priceless ซึ่งถ้าแปลตรงตัวแปลว่าไม่มีราคา แต่จริงๆแล้วคำนี้แปลได้ว่า สูงค่าจนประเมินราคามิได้ จะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่มีสิ่งที่สูงค่าแต่กลับรู้สึกตัวเองว่าไม่มีค่าอะไรเลย
  • คนทุกคนโหยหาความรักบริสุทธิ์ (รู้สึกเหมือนตอน 14) กันหรือเปล่า ในสภาวะที่สังคม การเมือง และประเทศที่วุ่นวาย บางทีเราอาจจะไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากเดินเข้ามาสวมกอดกับใครซักคน หรือส่งยิ้มให้กัน
  • ผมรู้สึกอินกับหนังที่มีตัวละครที่หมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนกลายเป็นอัจฉริยะในเรื่องนั้นๆ อย่างเรื่องนี้ และ Beautiful Mind หรือ Shine มันเป็นเพราะผมอยากจะเก่งสุดๆ หรือเป็นเพราะผมรู้สึกว่าตนเองหยิบโหย่ง และไม่ทำอะไรให้สุดขีดไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง กันแน่?
  • วันก่อนไปดูเรื่อง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า แล้วเดินออกตอนครึ่งเรื่อง เพราะไม่ตลก ไม่ขำ รู้สึกแย่มาก ผมเริ่มผิดปกติแล้วหรือเปล่า


การที่คนเรามาเขียนบลอก ก็เพราะต้องการจะนำเสนอเรื่องราวเฉพาะตัว เหตุการณ์เฉพาะบุคคล และอาจจะต้องการสะท้อนถึงความต้องการที่จะสื่อ และเสพในเรื่องที่พ้นไปจากความสะอิดสะเอียน ในเรื่องที่ได้รับการปรุงแต่งจนมากเกินความพอดี บางครั้งชีวิตจริงที่เราเห็นๆกันอยู่ ก็เป็นเรื่องซับซ้อนและมีหลากหลายมิติ กว่าเรื่องแต่งบางเรื่องที่ผู้นำเสนอพยายามลดทอนบางสิ่ง เพื่อให้สิ่งที่ต้องการนำเสนอมีความชัดเจอยิ่งขึ้น เมื่อทำจนเป็นความเคยชิน ก็เลยเผลอไผลไปเหมาเอาว่าไอ้โลกทัศน์ที่ลดทอนเพื่อนำเสนอให้กับผู้ชมนั้น เป็นเวอร์ชันจริงของโลกและชีวิต และก็เลยพาลรับไม่ได้กับความดิบเถื่อนของชีวิตจริงที่ไม่มีการจัดรูปแบบ

Final Score เป็นภาพยนตร์ที่เกิดจากแนวความคิดของการนำเสนอ ความเป็นจริงของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยสะท้อนจากมุมมองของเด็กมัธยมที่เรียนไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวเท่าไหร่ แต่กระนั้นชีวิตของพวกเขาก็มิได้ไกลเกิน ที่จะโยงกลับมาหาชีวิตของพวกเราทุกคน ที่เคย หรือกำลังจะผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้สร้างบอกกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีการเขียนสคริปต์ ซึ่งก็น่าจะจริง เพราะการสนทนาที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ มีความสดใหม่ และที่สำคัญ 'จริง' เสียจนเรารู้สึกว่าเรากำลังแอบดูชีวิตเขา โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตมากกว่า

สิ่งที่ชอบสำหรับผม อาจจะไม่ได้เป็นตัวหนังเอง แต่เป็นแง่คิดในเรื่องการศึกษาของประเทศของเรา ผมเบื่อที่จะพูดว่าระบบการศึกษาของไทยเราล้มเหลว เพราะพูดแล้วมันยากที่จะไม่เป็น Cliche' แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตัวเอกของเรื่องคือ Per เป็นเด็กฉลาดเฉลียว มีไหวพริบยากหากตัวจับ มีพรสวรรค์เรื่องดนตรี แต่น่าเศร้าที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะเลือกเรียนอะไร เพราะระบบการศึกษาของเราที่เอาแต่ป้อนวิชาการกันทุกลมหายใจ ไม่เหลือเวลาให้เด็กได้คิด ได้ใช้เวลากับตัวเองเพื่อใคร่ครวญแม้สักนิดว่าตนควรจะเลือกเรียนอะไร หรือจะเอาอย่างไรกับชีวิตของตนเอง

แล้วสิ่งที่ผมต้องการตั้งคำถาม ก็คือทำไมจะต้องมีการแบ่งแยกการเรียนเป็นวิทย์ เป็นศิลป์ ราวกับว่าสองสิ่งนี้จะต้องแยกจากกันอย่างเด็ดขาด ผลวิจัยจากต่างประเทศก็ได้บอกออกมาแล้วว่าเราต้องพัฒนาเด็กในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการคิดวิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์ หรือการชื่นชมในสุนทรียรสของศิลปะ ถ้าเรายังมีความคิดที่แบ่งแยกตั้งแต่กำลังศึกษาอยู่อย่างนี้แล้ว คุณหวังจะให้ประเทศของเรามีความสามัคคี และมีความเข้าใจซึ่งกันและกันได้อย่างไร

วกกลับมาเรื่องหนัง ผมชื่นชมผู้กำกับ และผู้กำกับภาพนะ ที่มีความเข้าใจว่าหัวใจของเรื่องที่จะนำเสนอคือสิ่งใด และก็ได้นำสิ่งนั้นออกมาเสนอในแบบที่มีความพอดีๆ ไม่ยัดเยียดจนเกินไป ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวก็เรียกว่าปรุงกำลังพอดี เปรี้ยวหวานมันเค็ม สรุปว่าลงตัว เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกเพราะคนดู ไม่ได้ตั้งใจจะมาดูหนัง และคิดว่ามันคงจะออกแนวสารคดีอะไรแบบนี้เสียมากกว่า แต่คุณทำให้มันเป็นภาพยนตร์ที่น่าติดตาม จึงเป็นเรื่องน่าทึ่ง นักแสดงที่ไม่อยากจะเรียกว่านักแสดงเพราะไม่ได้แสดง แต่ใช้ชีวิตของตนเองไปตามธรรมชาตินี่ จึงไม่สามารถจะวิจารณ์ถึงความสามารถในการแสดงอะไรได้ แต่อยากจะเรียกว่ามันเป็นความบังเอิญ หรือโชคช่วยทำให้ส่วนผสมของนักแสดงหลักมันลงตัว และเกื้อกูลกันได้เป็นอย่างดี เช่น โบ๊ต, Big Show ฯลฯ แต่ถ้าผมจะให้รางวัลตัวประกอบยอดเยี่ยมผมต้องยกให้แม่ของ Per เพราะแกเป็น Typical แม่แบบไทยๆที่ใครๆดูก็ต้องอมยิ้มว่านี่แหละคือแม่แน่ๆ เป็นอื่นไปไม่ได้

ในยุคนี้ Final Score ลงตัวสุดครับ ในการตอบโจทย์ของคนดูในยุคปัจจุบันที่กระแสของ "ความจริง" แบบปอกเปลือกกำลังมาแรง