2009/Jan/21


ชีวิตคือละคร แต่คนส่วนใหญ่มิได้เป็น 'ตัวเอก' ในละครชีวิตของตนเอง เราสวมบทผู้ถูกกระทำตลอดเวลา เรากล่าวโทษสถานการณ์รอบข้าง ผู้คนอื่นๆ เมื่อชีวิตไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่หวัง เราแปรเปลี่ยนเจตจำนงค์ที่จะลุกชึ้นมาแก้ไขชีวิตของเราเองให้กลายเป็นเสียง บ่นยอบแยบ และคำพูดปลอบประโลมใจ หรือหาเหตุผลตรรกะเพื่อนำมาอธิบายสภาพที่เราเป็นอยู่ เพื่อหาความชอบธรรมของจุดๆนี้ที่เรายืนอยู่ มีหลายคนคุ้นชินกับการเล่นบทผู้ถูกกระทำ เมื่อถึงจุดหนึ่งความชอบธรรม และการหาเหตุผลเชิงตรรกะก็กลับกลายมาเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องการยอมรับ ความเห็นอกเห็นใจ บางครั้งตัวเราเองก็เคลิบเคลิ้มไปกับบทชีวิตรันทดนี้ จนมองไม่เห็นความจริงว่าเราได้สร้างมายาภาพนี้ขึ้นเพื่อเป็นเกราะกำบังตัว เอง เป็นข้ออ้างที่เราจะไม่เผชิญกับความเกียจคร้านในการค้นหาและเดินทางไปสู่สัจ จภาพ เมื่อผู้คนให้ความเห็นอกเห็นใจเรากลับแปรเปลี่ยนสิ่งนี้ให้เป็นเครื่องมือใน การหาประโยชน์จากผู้อื่น เราหาประโยชน์จากความสงสารเห็นใจ เราฉกฉวยและทำร้ายคนรักภายใต้หน้ากากของความปรารถนาดี เราฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของมนุษย์ และแอบซ่อนรอยยิ้มไว้ภายในและภาวนาว่าเราจะไม่ถูกใครทำเช่นนี้กับเราในอนาคต ผลจากการทำร้ายผู้อื่นแม้แต่ในระดับจิตใต้สำนึก ทำให้เราระวังตัวแจ เมื่อเราระวังตัว เราก็ปิดป้องไม่เปิดรับ เมื่อทำเช่นนี้บ่อยครั้งเข้า เราจะเดินออกไปจากหนทางของความรักที่แท้ไปทีละก้าว เหลือไว้เพียงเค้ารางของความทรงจำเกี่ยวกับมัน มนุษย์ที่อยู่โดยปราศจากรักแท้จึงวิ่งวุ่นเพื่อหาสิ่งต่างๆมาเติมเต็ม โดยหวังว่าสิ่งเหล่านั้นจะเติมเต็มจิตวิญญานอันว่างเปล่า พวกเขาหวังว่าจะมีบางสิ่งที่จะมาแทนที่ความรู้สึกผิด และสามัญสำนึกที่โบยตีเขาทุกเมื่อเชื่อวัน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่พบสิ่งที่ว่านั้น

    การกลับมาเล่นบท 'ตัวเอก' ในละครแห่งชีวิตของเราต่างหากที่จะทำให้เรากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อเราปฏิเสธอิสภาพเทียมๆ และความกรุณาที่เคลือบคลุมเอาไว้ด้วยเจตนาที่จะควบคุมสั่งการ เราจะกลับมายืนอยู่ตรงกลางเวที 'ปริมณฑลแห่งชีวิต' ของเราอีกครั้ง แน่นอน เราจะต้องได้รับความลำบากยากเข็น แต่ไม่ดีหรือที่เหงื่อทุกหยาดหยดนั้นกลั่นออกมาจากความปิติ ความสนุก นอกจากนั้นเรายังยิ้มร่าที่ได้กลับมาเป็นนายเหนือชีวิต หัวใจพองโตเหมือนได้พบสิ่งที่ตามหามานาน แต่ไม่รีบร้อนที่จะครอบครอง ไม่ร้อนรนที่จะเป็นเจ้าของ เพราะเข้ารู้ว่าสิ่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลไปจากตัวเขาเอง เหมือนลูกคลื่นที่วิ่งไปทั่วมหาสมุทร ฉับพลันก็ตระหนักรู้ว่ามหาสมุทรก็คือตัวเขานี้เอง

Comment

Comment:

Tweet