2008/May/09


อ. วิศิษฐ์ วังวิญญู สอนให้ผมเก็บเพชร ก็คือการจับประเด็นให้ได้ว่าหัวใจของเรื่องที่เรากำลังจะเขียนนั้นคืออะไร ผมเป็นคนหนึ่งหล่ะที่ตกอยู่ในประเภทที่รักพี่เสียดายน้อง และปล่อยตัวเองให้ลื่นไหลไปกับกระแสของความคิดที่กำลังเกิดขึ้น บางครั้งจึงลืมไปว่าเราจะต้องดูแล 'วาระ' ของเรื่องด้วย การคลี่คลายของเรื่องราวนั้นน่าจะมีแบบแผนบางอย่างที่เป็นธรรมชาติของมันอยู่เอง การสอดใส่วาระของผู้เขียนลงไปโดยไม่ดูแลวาระของเรื่องอาจจะทำให้ได้เพียงการเก็บ 'ก้อนหิน' เรี่ยไร่ปลายทาง ไม่สามารถเก็บ 'เพชร' เม็ดงามตามที่ตั้งใจหวัง

วันนี้ผมจึงต้องย้อนกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่าถ้าให้ผมเลือกเก็บ 'เพชร' เม็ดงามแค่เพียงสักเม็ดเดียวจากประสบการณ์การไปเยี่ยมชมค่ายละครของคณะมะขามป้อม เพชรเม็ดนั้นน่าจะเป็นอะไร?

ผมคิดว่าคำถามนี้ตอบยาก เพราะเป็นเรื่องของการต้อง 'ตัดใจ' การตัดใจจะคล้ายกับการ 'ตัดสินใจ' หรือไม่ การตัดใจฟังดูเด็ดขาดและห้วนด้วนกว่า บอกถึงการสูญเสียเสี้ยวส่วนของใจ ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งการ 'เสียใจ' แต่ตรงนี้ก็ไปเชื่อมโยงของกระบวนการ Collapse ความเป็นจริงที่เป็นเอนกอนันต์ของความเป็นไปได้ทั้งหมดของจิตสำนึกที่อธิบายด้วยควอนตัม ฟิสิกส์ 'การเลือก' ชีวิตย่อมเต็มไปด้วยการเลือก แต่เราจะเป็นผู้เลือกเอง หรือจะเป็นผู้ถูกเลือก?

เพชรเม็ดงามของกระบวนการทางละครของมะขามป้อมอยู่ที่เทคนิคในการ "พัฒนาละครต้นแบบอย่างด่วนจี๋" หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Rapid Prototyping ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเทคนิคในการพัฒนาและออกแบบทางอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งผมต้องขอยืมมาใช้ก่อนเพราะยังไม่เห็นว่ามีอะไรจะเหมาะสมกว่านี้ ดังนั้นผมจึงขออนุญาติบัญญัติศัพท์ใหม่ที่ใช้เรียกกระบวนการนี้ว่าเป็น Rapid Prototyping of Dramatic Process หรือ เรียกสั้นๆว่าเป็น Rapid Drama ก็น่าจะโก้เก๋ หรือเป็น RPDP ก็ฟังดูจะคล้ายชื่อพรรคการเมืองไปหน่อย

Rapid Drama นั้นได้หยิบยืมเทคนิคที่สำคัญยิ่งที่เรียกว่า Image Theatre ซึ่งคิดค้นขึ้นโดยนักการละครเพื่อสังคมชาวบราซิล ชื่อ Augusto Boal พื้นฐานของ Image Theatre ซึ่งเป็นเทคนิควิธีการในการถ่ายทอดเรื่องเล่า (Story Telling) ผ่านการสื่อสารด้วยร่างกายโดยปราศจากคำพูด หรือถ้าวิเคราะห์อย่างแท้จริงแล้วก็คือการนำเอาสิ่งที่เป็น 'นามธรรม' เช่นอารมณ์ความรู้สึก ความคิด ความเชื่อ คุณค่าของมนุษย์มาแสดงออกมาให้เพื่อให้ตามองเห็นได้ ไม่ใช่เพียงเก็บกดเอาไว้ให้ 'อื้ออึง' ในหัวเราอย่างเดียว เป็นเทคนิคที่ทำให้เราได้ใช้ร่างกายของเราเองเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความคิด ความรู้สึก ได้ปลดปล่อยให้กลายมาเป็น 'รูปธรรม' เพื่อสื่อสารให้กับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ จะว่าไปก็เป็นการเปิดเปลือยตัวตนภายในของเราออกมาให้ผู้อื่นได้รับรู้รับทราบ และได้สะท้อน ฉายภาพในมุมอื่นให้เรามองเห็น ไม่ให้เราจ่อมจมอยู่กับการรับรู้ที่เราคุ้นชินและหนีไม่ออกและไปไหนต่อไม่ได้ มองในแง่นี้มันก็คล้ายกับสุนทรียสนทนานั่นเอง เพียงแต่ 'ตรง' กว่า เพราะไม่มีการใช้คำพูด การใช้ Image Theatre นั้นเป็นเทคนิคขั้นเซียนโดยแท้เพราะไม่เพียงแต่จะฝึกให้นักแสดงตระหนักใน 'อาวุธนักแสดง' หรือการฝึกฝนทักษะการแสดงของตนเองแล้วก็ยังฝึกให้ถอยออกมาเป็นผู้ดู ซึ่งจะเป็นการขัดเกลาให้เกิดทักษะของการเป็นผู้กำกับการแสดงไปด้วยพร้อมๆกันในแบบฝึกหัดเดียว เพราะหลายครั้งเมื่อสร้างภาพที่กำหนดได้แล้ว ก็จะมีคำสั่งให้สลับกันออกมาชมภาพที่เกิดขึ้นจากความพยายามของพวกเขา

การใช้ Image Theatre อาจจะเริ่มด้วยการปั้นร่างกายในโจทย์ง่ายๆก่อน เช่น กำหนดให้ 10 คนทำกลุ่มให้เป็นรูปพระอาทิตย์ หรือดอกไม้ ในความคิดของกลุ่ม จากภาพนิ่งธรรมดาก็อาจจะให้มีภาพนิ่งมากกว่า 1 ภาพ แทนสถานะต่างๆ เช่น ดอกไม้หุบ ดอกไม้บาน เป็นต้น จากนั้นก็เริ่มให้โจทย์ที่ยากขึ้นเช่นให้ปั้นตัวเองเป็น พัดลม ซึ่งจะต้องกำหนดให้มีสวิชท์เลื่อนระดับความแรงของพัดลมด้วย เช่นเปิดเลข 1 จะต้องหมุนช้าๆ เลข 2 -3 หมุนเร็วขึ้นตามลำดับ และต่อไปโจทย์อาจจะกำหนดให้สร้าง Image ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วนในลักษณะ 3 มิติ เช่นให้ 10 คนนี้สร้างตัวเองเป็นช้าง ซึ่งมีอวัยวะครบทุกส่วนเช่น งวง หู หาง และจะต้องเคลื่อนที่ได้ด้วย จะเห็นว่าแค่เล่ามาก็สนุกแล้ว เด็กจะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารความคิด การใช้ร่างกาย ทั้งหมดนี้ผ่านแบบฝึกหัดง่ายๆสนุกสนาน

เมื่อเล่นกับสิ่งที่เป็นรูปธรรมแล้ว กลุ่มอาจจะถูกขอให้ทำในสิ่งที่ยากขึ้นไปอีกก็คือการปั้นรูปให้สามารถแทน หรือสื่อถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ความรัก ความเกลียดชัง สงคราม เป็นต้น ขั้นตอนนี้การใช้จินตนาการของเด็กจะมาเกี่ยวข้องอย่างมากทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจก็คือ คำที่แทนในเรื่องนามธรรมเหล่านี้ย่อมหลีกไปไม่พ้นจากวัฒนธรรมที่ประกอบสร้างเยาวชนแต่ละคนมา ถ้าหากเยาวชนมาจากพื้นฐานวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เช่นถ้าหากมีเด็ก 10 ชาติมาอยู่ในกลุ่มเดียวกันแล้วละก็ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาคงต้องทำงานอย่างมากในการสื่อสารความคิดระหว่างกัน ในระหว่างนี้เด็กๆอาจจะถูกขอให้ลุกออกจากกลุ่มมาชมภาพที่เพื่อนๆสร้างขึ้น และปรับแต่ง ปรับแก้ตำแหน่งของเพื่อนๆได้ตามสมควร และตรงนี้ก็จะเป็นโอกาสดีที่จะแนะเยาวชนเหล่านี้ในเรื่องของการจัด Blocking ให้เขาได้ซึมทราบไปเลยว่าภาพที่สร้างขึ้นมานั้นสวยหรือยัง มีใครยืนบังกันหรือเปล่า การแนะให้เข้าใจเรื่องตำแหน่งบนเวทีที่มีผลต่อความรู้สึกของผู้ชม เมื่อทำตั้งแต่เนิ่นๆแบบนี้ ย่อมจะการันตีว่ามันจะค่อยๆซึมลงสู่สายเลือดของนักการละครรุ่นเยาว์ และทำให้เขาได้หยิบมาใช้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการประหยัดเวลา และยาพาราเซทตามอลของผู้กำกับในภายหลัง สรุปเพชรเม็ดเล็กตรงนี้ก็คือข้อความที่ผมได้ยินจากพี่เลี้ยงว่า "ไม่สวยไม่สื่อสาร" สาธุ

ขั้นตอนต่อมาจะเป็นการเชื่อมโยงเข้าสู่เทคนิคการสร้างเรื่อง การเขียนบท ซึ่งก็จะให้กลุ่มเด็กๆสร้างภาพนิ่ง 3 ภาพ ภาพแรกคือจุดเริ่มต้น ภาพที่ 2 คือเกิดความขัดแย้ง และภาพที่ 3 จะแทนจุดจบ โดยมีสถานการณ์กำหนดมาให้ เมื่อตะล่อมให้พวกเขาหาจุดเชื่อมระหว่างสามภาพนิ่งนี้ ผลสุดท้ายคุณก็จะได้ละครสั้นๆมาเชยชมหนึ่งเรื่อง! ทั้งหมดที่ผมพูดมานี่เด็กๆใช้เวลาเพียง 1 วัน ผมได้ชมละครจากฝีมือของเด็กในค่าย 4-5 เรื่องตอนสิ้นวัน หลายๆเรื่องทำเอาผม และพี่เลี้ยงที่นั่งชมหัวเราะงอหาย ขำในความน่ารักน่าเอ็นดู และทึ่งในความเฉลียวฉลาดของเด็กกลุ่มนี้

และนั่นเป็นเพชรที่ผมเก็บได้และนำมาชื่นชมผ่านตัวอักษรเหล่านี้ เสียดายว่าเวลาที่ไปอยู่น้อยไปสักหน่อย เอาไว้ครั้งหน้าถ้ามีเวลาจะนำมาแบ่งปันกันใหม่ Bye Bye มะขามป้อม ศูนย์เชียงดาว..ขอบคุณ ก๋วย พี่จ๋อน Richard ที่เอื้อเฟื้อที่พักครับ.
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอบคุณที่นำมาเล่าให้ฟัง น่าสนใจมากๆ เลยครับ
#1  by   มาสเตอร์แชมป์ At 2008-05-09 13:33, 
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!
#2  by  (^_^)/nana At 2008-05-09 14:04, 
มะขามป้อมของกรุงเทพนี่ ใช่ที่อยู่ใกล้แยกสะพานควายหรือเปล่าครับ
#3  by  หมอแมว At 2008-05-09 19:32, 
แวปมาอ่านบล็อกอาจารย์ค่ะ น่าสนุกจังเลยค่ะconfused smile
#4  by  jingjing At 2008-05-11 20:39, 
มะขามป้อมที่กรุงเทพฯ เป็นสตูดิโอเล็กๆที่มีการจัดละครเวทีขนาดมินิ อยู่เรื่อยๆครับ เป็นเวทีหนึ่งที่น่าสนใจมาก หากต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมลองเข้าไปที่ http://www.makhampom.net ครับ
#5  by  ตัวร้าย At 2008-05-12 11:36, 

<< Home