ว่าวที่ถูกชัก หรือในชื่อภาษาอังกฤษที่ไม่อ้อมค้อมว่า The Masterbator เป็นผลงานของ คณะละครมรดกใหม่ ที่ได้นำออกแสดงในช่วงงานเทศกาลละครกรุงเทพฯ 2550 งานชิ้นนี้เป็นผลงานการเขียนบท และกำกับของ ฐานชน จันทร์เรือง ซึ่งเป็นทายาทของ ครูช่าง (ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง) ครูละครที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ฐานชน หรือ นายท่าน ในวัยเพียง 23 ปี และยังศึกษาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ได้ฝากผลงานการกำกับละครเวทีไว้ไม่น้อย อาทิเช่น หมูสามตัวเพราะหมูไม่ได้มีตัวเดียวในโลก (2546), กำจัดพริ้ตตี้ (2547), เด็กชายชั่วคราวเด็กสาวชั่วคืน(2549) เป็นต้น เรื่อง ว่าวที่ถูกชัก นี้เป็นผลงานการกำกับการแสดงล่าสุด ซึ่งยังวนเวียนอยู่กับความพยายามของเขาในการสืบค้น และตั้งคำถามในประเด็นเรื่องบทบาทของกาม และผลกระทบของราคะกิเลสที่มีต่อสังคมไทย ด้วยเนื้อหาที่ ‘โดน’ ใจวัยรุ่น และเสียดสีสังคมแบบไม่อ้อมค้อม จึงไม่แปลกที่จะได้ฉายาว่าเป็นผู้กำกับละครเวที “ขวัญใจเด็กแนว” ของยุคนี้
ว่าวที่ถูกชัก เป็นละครเวทีที่ผู้กำกับได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงที่เด็กสาวมัธยมคนหนึ่งได้ถ่ายวิดีโอตอนร่วมรักกับแฟนหนุ่มเก็บไว้ดูเอง แต่เทปม้วนนี้ถูกเผยแพร่ให้ไปทั่วประเทศ ทำให้เธอกลายเป็นประเด็นของสังคม เนื้อหาของละครเริ่มจากกลุ่มเด็กผู้ชายชั้นมัธยมปลายวัยกลัดมัน ได้ออกไอเดียที่จะรวมตัวกันผลิตวีซีดีโป๊เพื่อนำออกจำหน่าย นัยว่าเพื่อหาเงินใช้ และต้องการฝากชื่อเสียงของพวกตนในไว้ในแวดวงหนังประเภทปลุกใจเสือป่า ปัญหาของพวกเขาก็คือไม่สามารถหาใครที่จะสมัครใจมาเล่นเป็นนางเอกวิดีโอวาบหวิบของพวกเขา หัวหน้ากลุ่มจึงได้ออกอุบายเพื่อล่อหลอกให้แฟนสาวของสมาชิกในกลุ่มตกเป็นเหยื่อ ซึ่งสุดท้ายเรื่องเลยเถิดจนกลายไปเป็นการข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้รับการบันทึกเอาไว้ในวิดีโอเทปตลอดเวลา ซึ่งในเวลาต่อมาเทปดังกล่าวถูกนำไปผลิตเป็นวิซีดี และถูกนำไปจำหน่ายขายดิบขายดีเป็นที่ต้องการของตลาด จนหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อทนความอับอายไม่ไหวจึงฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา
ความน่าสนใจของละครเรื่องนี้ผู้เขียนเห็นว่าจะสามารถกล่าวถึงในสองประการใหญ่ๆ ดังนี้
ประการที่หนึ่ง การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางการสื่อสาร จะเห็นว่าเมื่อโลกของเราก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีของสร้างสื่อสิ่งพิมพ์และภาพยนตร์สามารถทำได้โดยมีต้นทุนการผลิต และการกระจายสื่อที่ต่ำเสียจนไม่ว่าใครก็มีโอกาสที่จะเป็นผู้ผลิตสื่อได้เช่นเดียวกับ สื่อมวลชนกระแสหลัก เช่น หนังสือพิมพ์ สถานนีโทรทัศน์ ทุกวันนี้เรามีบลอกของเด็กอายุสิบสองบนอินเตอร์เนต มีคลิปวิดีโอที่สามารถดาวน์โหลดได้ทั่วโลก การผลิตซ้ำของสื่อจึงเกิดขึ้นอย่างมากมายจนไม่สามารถที่องค์กรใดจะสามารถก้าวเข้ามาควบคุม ห้ามปรามเนื้อหาที่นำเสนอได้อีกต่อไป ละครเรื่องนี้ได้นำจอโทรทัศน์ และกล้องวิดีโอเข้ามาเพื่อสื่อให้เห็นถึงความยั่วยวนของการผลิตสร้างสื่อ เด็กกลุ่มนี้ได้พยายามลงขันกันเพื่อซื้อกล้องวิดีโอราคาแพง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการที่พวกเขาปฏิเสธการกลายสภาพเป็นผู้ดู แต่ในวินาทีที่ถือกล้องอยู่ในมือเขาได้กลายเป็น ’ผู้สร้าง’ และการสร้างสื่อในบริบทของสังคมในปัจจุบันนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมต้องสะท้อนการครอบครองสัญญะแห่งอำนาจ นั่นหมายความว่าเด็กกลุ่มนี้กำลังแสวงหาตัวตนของพวกเขาผ่านการสร้างงาน แต่งานที่มีความหมายสำหรับพวกเขามากที่สุด รวมทั้งอาจจะสามารถสร้างรายได้ให้กับพวกเขาด้วยนั้นไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นการค้นคว้าในเรื่องเพศ ซึ่งเป็นหัวข้อที่เด็กหนุ่มในวัยนี้สนใคร่รู้ เมื่อสังคมยุคนี้อยู่ในความสับสนและไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในด้านจริยธรรมให้กับใคร การถ่ายหนังโป๊ จึงไม่ได้มีความเลวทรามหยาบช้าในสายตามของพวกเขา แต่เป็น ‘งาน’ ชิ้นหนึ่งที่พวกเขาต้องการสร้างสรรค์ขึ้นมาเท่านั้น
ฉากเปิดของเรื่องนี้ เราได้เห็นฟุตเตจของเด็กหนุ่มสองคนอีกคนหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้านักเรียนชาย และอีกคนหนึ่ง เสื้อผ้านักเรียนหญิง ทั้งสองคนกำลังปฏิบัติกิจกรรมทางเพศกันอย่างถึงพริกถึงขิง (โดยไม่ได้มีการถอดเสื้อผ้าออก) ผ่านจอทีวีที่ตั้งให้คนดูได้รับชม ภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏในจอนั้นสื่อให้เห็นว่าจงใจจะถ่ายในลักษณะของคลิปวิดีโอสมัครเล่น คือไม่ค่อยจะพิถีพิถันกับมุมกล้องเสียเท่าใดนัก ในเวลาต่อมาเราจะยินเสียงของผู้กำกับและได้เห็นนักแสดงที่เคยอยู่ในจอทีวีปรากฏตัวขึ้นในฉาก
ณ จุดนี้ ผู้กำกับประสบความสำเร็จในการยั่วล้อกับคนดูในประเด็นเรื่อง ความจริงในจอ กับความจริงนอกจอ เพราะเหตุว่าสิ่งที่เราได้รับชมในจอทีวีนั้นในเวลานี้ได้กลับกลายมาเป็นการแสดงของมนุษย์ที่มีเลือดเนื้ออยู่บนเวที ซึ่งทุกคนได้เห็นแล้วว่าเบื้องหลังวิดีโอฟุตเตจที่ดูเร้าอารมณ์ในจอทีวีนั้นคือการแสดงของเด็กซนๆสวมบทเล่นกันไปอย่างคึกคะนองเท่านั้น การสื่อให้เห็นถึงความแตกต่างเช่นนี้เองทำให้ผู้ชมได้ฉุกคิดถึงพลังของสื่อในการสร้างมายาภาพ เพราะการถ่ายวิดีโอนี้โดยเนื้อแท้แล้วก็มีภาษา และกลวิธีเฉพาะตัวในการถ่ายทอด ผู้สร้างจึงสามารถที่จะสร้างความเป็นจริงใหม่ในจอในรูปแบบที่ตนต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงตรรกของความเป็นจริงในโลกใบเดิม และในขณะเดียวกันก็มีสิทธิที่จะ ‘บังคับ’ ผู้ชมให้มองผ่านมุมกล้อง ซึ่งก็คือมุมมองของตน ถ้ามองในแง่นี้ผู้ชมจึงเป็นผู้ที่ถูกกระทำและไม่สามารถจะเลือกที่จะคิดอย่างอิสระได้เอง แต่แน่นอนว่าผู้ชมหลายคนสมัครใจที่จะอยู่ในสถานภาพเช่นนี้เมื่อเสพหนังประเภทนี้ เพราะเหตุว่าลึกๆแล้วตนจะได้สามารถหาเหตุผล และความชอบธรรมได้ว่าตนมิใช่ผู้บงการ หรือต้นเหตุให้เกิดวิดีโอชุดนี้ แต่เป็นเพียงผู้เสพที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เพื่อผลักภาระการทำผิดไปให้กับบุคคลอื่น และใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวเอง
ประเด็นในเรื่องของการลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ให้กลายเป็นเพียงภาพตัวแทนก็ปรากฏเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายที่วิซีดีของแฟนสาวของเด็กชายยังคงขายดี และเป็นที่ต้องการของหนุ่มน้อยใหญ่ทั่วประเทศ โดยที่พวกเขาไม่รู้สักนิดว่านางแบบจำเป็นในวิดีโอได้ฆ่าตัวตายลาจากโลกนี้ไปแล้ว คลิปวิดีโอวาบหวิวของเธอที่เหลืออยู่นั้นจึงถูกใช้เพื่อบำบัดความใคร่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้เป็นตัวแทนของมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อชีวิต และวิญญาน คงเป็นได้แค่เพียงภาพ และเสียงในจอทีวีวูบวาบแล้วผ่านไป ไม่ต่างอะไรกับการชมภาพยนตร์ประโลมโลกที่ได้นำพาพวกเขาให้เตลิดหลบหนีไปจากความเป็นจริงเพียงชั่วครั้งชั่วคราว คนที่ถูกนำไปถ่ายทอดผ่านจอทีวีจึงถูกลดสภาพความเป็นคนลง เหลือเพียงสภาพของความเป็นวัตถุ สิ่งของ หรือยิ่งไปกว่านั้นก็เหลือเป็นเพียงการประกอบขึ้นของสัญญานไฟฟ้าและแสงวูบวาบของอิเลคตรอน ที่ผู้ชมสามารถที่จะเลือกเปิดชมหรือปิดได้ตามต้องการ และเรียกดูซ้ำแล้วซ้ำอีกได้ตามต้องการเช่นเดียวกัน
ประการที่สอง เป็นเรื่องของการนำเสนอ ผู้กำกับได้เลือกที่จะนำเสนอผ่านมุมมอง และตัวละครที่เป็นเด็กมัธยม ซึ่งนักแสดงที่ได้รับการคัดเลือกมาแสดงสามารถทำให้สามารถเชื่อได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรอยต่อของวัยระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ แน่นอนว่าช่วงวัยรุ่นนี้เป็นช่วงที่น่าสนใจ เพราะอยู่ในวัยที่กำลังแสวงหาตัวตน ความไม่อยู่กับร่องกับรอยนี้เองทำให้ละครมีเสน่ห์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบว่าบทละครนั้นเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของนักแสดง จึงไม่น่าแปลกที่บทสนทนาในละครจะเป็นไปอย่างมีสีสัน คาดเดาได้ยาก เพราะเป็นเสียงแท้ๆที่มาจากวัยของพวกเขาเอง การแสดงความ ‘หมิ่น’ ที่บางครั้งทำให้ผู้ชมที่เป็นหญิงสาวถึงกับเขินอายหน้าแดง ก็เป็นส่วนหนึ่งของการอยู่เหนือความคาดเดาอีกเช่นกัน เช่นในฉากที่เด็กผู้ชายดูวิดีโอโป๊ แล้วทำการสำเร็จความใคร่ต่อหน้าคนดู การขอเบอร์ผู้ชมที่เป็นหญิงเพื่อชักชวนไปถ่ายวิดีโอโป๊ หรือการแสดงความรู้สึกทางเพศของชายหนุ่มรุ่นกระทงต่อหน้าคนดู ราวกับจะเป็นการสื่อว่าไม่ใครก็ใครในกลุ่มคนดูนั้น สักวันก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของการถ่ายคลิปวิดีโอโป๊เพื่อให้สาธารณชนนำไปบำบัดอารมณ์เปลี่ยวได้เช่นกัน
ในเรื่องของการนำเสนอนั้นยังมีข้อที่บกพร่องเล็กๆน้อยอยู่บ้างเช่นการเดินเข้าออกฉากของตัวละครต่างที่มีความถี่บ่อยจนเกินความจำเป็น บางครั้งออกมาเพียงเพื่อพูดสองคำแล้วกลับไปในฉาก ให้บังเอิญว่าฉากที่ใช้นั้นมีระยะทางไกลกว่าจะเดินเข้าออกได้โดยสะดวก จังหวะที่นักแสดงเข้าออกจากฉากจึงเกิดความล่าช้า และสะดุดอารมณ์ผู้ชมไปพอสมควร ในแง่ของการแสดงแล้วการถ่ายทอดอารมณ์ของนักแสดงรุ่นเด็กถึงแม้จะมีความน่าสนใจ และมีเสน่ห์ของตัวละคร แต่จังหวะการรับส่งในกลุ่มยังมีความไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร สิ่งที่ควรทำให้ชัดเจนขึ้นอีกสักนิดเห็นจะเป็นเรื่องของแรงจูงใจของตัวละครที่นักแสดงยังไม่สามารถรักษาไว้ให้คงเส้นคงวาได้มากพอที่จะสร้างความขัดแย้งที่น่าสนใจจนเกิด Dramatic Action ที่น่าติดตาม
ละครเรื่องนี้เก็บค่าเข้าชม 200 บาท ซึ่งนับว่ามีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับละครเรื่องอื่นๆในเทศกาลละครปีนี้ การตั้งราคาขนาดนี้อาจจะทำให้ใครหลายคนต้องคิดหนักก่อนจะจ่ายเงินค่าบัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้เข้าชมไม่ได้เป็นแฟนพันธ์แท้ที่ติดตามผลงานมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการสุ่มเสี่ยงอย่างมากเพราะหากละครไม่ได้ดีจริงอย่างที่คิดไว้ หรือละครที่ไม่ได้เก็บเงินค่าบัตร หรือให้ชมฟรีมีความน่าสนใจ หรือมีคุณภาพมากกว่า ผู้ชมอาจจะตั้งคำถามว่าทำไมตนจะต้องจ่ายเงินจำนวนนั้น? สำหรับผู้เขียนเองเมื่อได้รับชมเสร็จแล้วไม่รู้สึกเสียดายกับเงินจำนวนดังกล่าว เพราะได้เล็งเห็นว่าตนกำลังได้ร่วมเป็นพยานให้กับการเติบโตของคนละครตัวจริงรุ่นใหม่ของเมืองไทย ที่ขลุกอยู่กับละครทุกวันและพร้อมจะยึดเป็นอาชีพในระยะยาว ไม่ใช่เห็นละครเวทีเป็นเพียงงานอดิเรกที่ทำเพื่อความบันเทิงเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น.