2007/May/16

ตอนที่ 1 : ลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น : สปอตไลท์นิวส์ เดือน เมษายน 2550


งานตรุษจีนเมื่อเดินกุมภาพันธ์ ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และก็คงเป็นเหมือนกับทุกปีที่เราชาวนครสวรรค์จะมีการพูดคุย วิพากษ์ไปต่างๆ ในเรื่องของการจัดงาน แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ก็ไม่มีใครพูดถึงมันอีก เรื่องราวต่างๆก็จะวนเวียนเป็นคลื่นกระทบฝั่งหายไป และเริ่มต้นใหม่กันด้วยปัญหาเดิมๆที่หมักหมมกันต่อไป แต่ผมเป็นคนไม่ชอบเห็นอะไรที่วนเวียนอยู่กับที่ เพราะนั่นแสดงถึงการถอยหลังจะเข้าคลอง หรือถ้าบ้านเราอาจจะถอยหลังตกแม่น้ำเจ้าพระยากันไป หรือถ้าเป็นเรือเดินทะเลเขาก็เรียกว่า ไม่เอาอ่าว คือไปไม่ถึงฝั่งฝันเสียที ว่าไปนู่น

ผมจึงต้องออกสำรวจ เพราะอยากจะรู้ว่าคนนครสวรรค์ และนักท่องเที่ยวเขาคิดอย่างไรกับงานที่ผ่านไป ด้วยวิธีการสำรวจวิจัยตามมาตรฐานทางวิชาการ ผมแบ่งการสำรวจออกเป็นสี่เรื่องด้วยกัน (อาจจะโอเวอร์ แต่เป็นวิธีเดียวที่จะเห็นภาพรวม) เรื่องที่หนึ่งการสำรวจความพึงพอใจของผู้ที่เข้ามาเดินเที่ยวชมงาน และขบวนแห่ เรื่องที่สองสำรวจจากนักเดินทางที่เข้ามาพักอยู่ในโรงแรมต่างๆในจังหวัด นครสวรรค์ ไม่น้อยกว่า 5 แห่งด้วยกัน ส่วนสามเป็นการสำรวจความพึงพอใจของบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่ได้รับการจัดสรรให้มาตั้งร้านค้าขายอยู่ ณ. ที่ต่างๆ และสุดท้ายเป็นการเก็บสถิติของการประชาสัมพันธ์ตรุษจีนนครสวรรค์ในหนังสือพิมพ์มีชื่อ 7 ฉบับด้วยกัน

เรื่องที่อยากคุยให้ฟังเรื่องแรกที่ถอนรากความเชื่อเก่าๆ ว่าโรงแรมนั้นจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงานตรุษจีนในช่วงดังกล่าว แต่เอาเข้าจริงแล้วมีเพียงครึ่งเดียว (56%) เท่านั้นที่เป็นนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเที่ยวงานตรุษจีน ที่เหลือมาพักเพราะเป็น "ทางผ่าน" หรือมาติดต่อธุรกิจ และอื่นๆ แหม มันน่าเจ็บช้ำน้ำใจซะเหลือเกินว่าไหมท่านผู้อ่าน และในจำนวนทั้งหมดที่ตอบแบบสอบถาม กว่าครึ่งหนึ่ง(51%) บอกว่ามาจากกรุงเทพฯ เอ๊ะแต่เท่าที่จำความได้ผมก็ไม่เห็นว่าเรามีกลยุทธ์ในการโปรโมทเรื่องนี้ กับกลุ่มเป้าหมายนี้ในเขตกรุงเทพฯ อย่างเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด และเถียงผมไม่ได้เพราะผมตัดหนังสือพิมพ์ทุกฉบับมีข่าวของงานตรุษจีน นครสวรรค์ น้อยนิดจนแทบจะวัดไม่ได้ (<1%)

ส่วนเรื่องโรงแรมที่เราเป็นห่วงนักหนาว่าจะเต็มแน่น กลับไม่ใช่ปัจจัยที่นักท่องเที่ยวใช้ในการตัดสินใจในการมาท่องเที่ยวงานตรุษจีน (15%) ปัจจัยที่ให้ความสนใจกลับเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูล (28%) และการตกแต่งประดับประดาเมืองให้สวยงาม (27%) ซึ่งในส่วนหลังนี้เมื่อถามคนนครสวรรค์เองก็ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเช่นเดียวกัน คือจำนวน 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามเลยทีเดียว (34%) ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมาทบทวนบทบาทในด้านประชาสัมพันธ์ที่ผ่านมาว่าดีพอหรือยัง หรือการได้มอบหมายงานสำคัญอย่างนี้ไปให้กับบริษัทรับจัดงานเป็นเรื่องที่มีความเหมาะสมหรือไม่? ถ้าเป็นมืออาชีพจริงๆแล้วเขาจะตัดข่าวเก็บไว้ให้ดูยืนยันทุกข่าวที่ออกตามที่ตกลง ถ้าไม่มีให้ดู ก็ไม่จ่ายเงิน อันนี้ไม่ได้พูดถึงการโฆษณานะครับ พูดถึงข่าวประชาสัมพันธ์ที่ชาวบ้านเรียกว่าสกู๊ป ซึ่งตรงนี้จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือและวิทยายุทธว่าใครแน่จริง

เมื่อข้อมูลใหม่ๆเริ่มเผยออกมาแบบนี้แล้ว (นี่เป็นเพียงตัวอย่าง ยังมีอีกเยอะมาก) ฉบับหน้าผมจะมาว่ากันถึงเรื่องกลยุทธ์ใหม่ๆที่เราควรจะนำมาใช้ เพื่อเป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่นับวันจะมีจังหวัดต่างๆจัดงานตรุษจีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และการนำธรรมาภิบาลเข้ามาใช้กำกับสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดงาน ซึ่งจำเป็นต้องมีเพื่อความก้าวหน้าของการจัดงานครับ ...


ตอนที่ 2 : สำหรับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น : สปอตไลท์นิวส์ ฉบับ เดือนพฤษภาคม 2550

ผมได้เกริ่นเรื่องของผลสำรวจที่ผมได้รวบรวมไว้เมื่องานตรุษจีนที่ผ่านมา อยากจะมาแบ่งปันให้กับผู้อ่านอีกสักเล็กน้อย เรื่องแรกก็เรื่องของการสำรวจผู้ที่เดินชมขบวนแห่ทั้งกลางวัน และกลางคืน ผลปรากฏว่าหนึ่งในสองคนที่เดินมาเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างจังหวัด (51%) แล้วเมื่อถามต่อไปว่าเขามาจากจังหวัดอะไรกันบ้าง ตัวเลขก็น่าสนใจอีกเช่นกันเพราะว่าหนึ่งในสอง หรือครึ่งหนึ่งมาจากจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งก็คือ อุทัยธานี, ชัยนาท, พิจิตร, กำแพงเพชร, สิงห์บุรี จำนวน 30% ส่วนที่มาจากจังหวัดพิษณุโลกมีมากถึง 18%

ตัวเลขนี้บอกอะไรกับเราบ้าง? เป็นไปได้หรือไม่ว่าเราอาจจะต้องให้ความสนใจ และความสำคัญกับนักท่องเที่ยวรอบๆจังหวัดของเรามากขึ้น เราจำเป็นจะต้องรู้ให้ได้ว่าพฤติกรรมของเขาเป็นอย่างไร อาทิเช่นเรื่องของการให้ข้อมูลเพื่อการประชาสัมพันธ์ ผลสำรวจปรากฏว่านักท่องเที่ยวต้องการรับทราบข่าวสารทางวิทยุ หรือโทรทัศน์ มากถึง 35% รองลงมาก็คือสื่อสิ่งพิมพ์ 30% แต่ที่ไม่สนใจเลยก็คือการขอข้อมูลจากทางราชการ 2% ตรงนี้ทางประชาสัมพันธ์จังหวัดจะมีส่วนเข้ามาช่วยมากน้อยเพียงใดหรือไม่?

ผลการสำรวจนั้นเน้นถึงความสำคัญของการให้ข้อมูลอย่างมาก เพราะเมื่อถามว่าปัจจัยอะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวในการมาเที่ยวงานตรุษจีน ร้อยละ 28 ตอบว่าเป็นเรื่องของการให้ข้อมูล และประชาสัมพันธ์ แปลตรงตัวก็คือว่า ถ้ามีข้อมูลชัดเจนว่าจะจัดวันไหนอย่างไรก็ให้มาบอกกล่าวกันให้ชัดเจน แล้วไม่ต้องไปบอกทั่วประเทศหรอก เอาจังหวัดใกล้เคียงที่เป็นลูกค้าประจำของเรานี่พอแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าท่านประหยัดงบโฆษณาที่มันแสนแพงที่จะใช้ไปกับการปูพรมทั่วประเทศ แล้วเปลี่ยนไปจ้างเคเบิลท้องถิ่นที่จังหวัดพิษณุโลกให้ยิง spot ล่วงหน้าเพื่อโปรโมตงานตรุษจีนเป็นเวลา 1 เดือน ถ้าจะทำจริงระวังให้ดีนะครับ ระวังโรงแรมจะแตก!!

ทำไมผมถึงบอกว่าคนพวกนี้เป็นขาประจำของเรา ผมมีตัวเลขชัดเจน เพราะร้อยละ 80 ตอบว่าจะมาเที่ยวงานตรุษจีนของเราอีกในปีหน้า เป็นไปได้มากว่างานของเรามีคนสนใจมากกว่าที่เราคิดหรือเปล่า?

ทิ้งท้ายอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการจัดพื้นที่ให้กับร้านค้า ปีที่ผ่านมาฟันธงเลยครับว่า คนขายไม่แฮ้ปปี้ ผมคงต้องขอให้คณะผู้จัดงานในปีหน้าพึงระวังและให้ความสนใจอย่างมาก เรื่องแรกก็คือเงินค่าเช่าที่ท่านตั้งราคาเอาไว้นั้นมันทำให้เขา “จุก” ครับ เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาได้รับ ร้านจะค้าจะขายให้ดีท่านต้องคำนึงถึงเรื่องสถานที่ตั้ง ร้านค้า 64% ค่อนข้างไม่พอใจ ส่วนร้านที่ไม่พอใจเรื่องจำนวนคนเดินที่น้อย 53% และ มี 5% ตอบว่าไม่พอใจเอาเสียเลย เพราะคนมันไม่มีเลยน่ะสิท่าน!!! ส่วนเรื่องความสะอาด 51% ตอบว่าค่อนข้างไม่พอใจ และตัวเลขที่น่าสนใจก็คือครึ่งหนึ่งตอบว่าไม่ต้องการให้กระจายร้านค้าไปอยู่ตามที่ต่างๆ อยากให้อยู่รวมกัน

เรื่องทั้งหมดนี้ฝากให้ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลายไปใคร่ครวญกัน เพราะงานตรุษจีนเป็นงานของทุกคน ทีมงานเถ่านั้งใหม่ก็มีความตั้งใจสูง และมีคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับความคิดเห็นใหม่ๆ คงไม่ยากถ้าหากท่านมีความเห็นหรือแนะนำอะไร ลองเข้าไปเยี่ยมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่เว็บไซท์ของคณะกรรมการจัดงานได้ที่ www.chinesenewyear.in.th


ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่าา ข้อมูลเยี่ยมเลยครับพี่ หวังว่าปีหน้าคงจะดีกว่านี้
#1  by  ฟิวส์ At 2007-05-17 23:40, 

<< Home