2006/Dec/10

เมื่อ 2 ปีก่อน ได้เจอเพื่อนที่เรียนปริญญาโทด้วยกัน ในงานเลี้ยงรุ่น เธอบอกว่าชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงไปมาก พบกับความสุขในชีวิต อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา เพราะไปอบรมในหลักสูตรที่เรียกว่า Landmark Forum

เมื่อ 3 อาทิตย์ก่อน คนในครอบครัวผมคนหนึ่งไปอบรม Landmark Forum แล้วกลับมาพูดเหมือนกันเป๊ะๆ ว่ารู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด เดี๋ยวนี้มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความสุข และกำลังใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกๆเรื่อง มันทำให้ผมสนใจในหลักสูตรนี้มาก

ผมไปฟังการแนะนำหลักสูตรนี้มาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว จากการชักชวนของคนในครอบครัว ขณะที่ฟังรู้สึกเป็นหลักสูตรที่ดี และสนใจที่จะลงทะเบียนเพื่อเรียนดูสักตั้ง แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร จากการเข้ามาค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนตผมก็พบบางแง่มุมเกี่ยวกับหลักสูตรที่ว่า มีทั้งมุมมองที่ดีและไม่ดี

หลักสูตร Landmark นั้นก่อตั้งมา 15 ปีแล้วโดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานฟรานซิสโก เข้ามาในประเทศไทยได้ 4 ปีแล้ว มีคนไทยผ่านการอบรมกว่า 5,000 คนตามที่บริษัทอ้าง บริษัทยืนยันว่ากว่า 96% ของผู้ที่ผ่านการอบรมประทับใจกับผลที่ได้รับ หลักสูตรเบื้องต้นราคา 15,000 บาท ใช้เวลา 3 วันครึ่ง ซึ่งรับรองว่าจะเปลี่ยนแปลงชีวิต และคุณจะได้รับทุกๆอย่างที่ฝันว่าจะได้ การอบรมจะทำตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มทุกๆ วัน การสอนจะไม่มีการจดบันทึก จะเป็นการสนทนาอย่างเดียว และคุณจะ get เมื่อ get แล้วจะเหมือนกับการฝึกขับรถจักรยาน คุณจะไม่ลืมอีกเลยตลอดชีวิต

คนไทยที่ชื่นชม และได้รับประสบการณ์ที่ดีใน Landmark คุณ ภาวุธ ได้บอกได้ในบลอกของเขาว่า

"สิ่งที่หนึ่งที่ผม งงและรับรู้ได้จากการที่คนเกือบ 200 คนมาเข้าร่วมอยู่ในฟอรั่มนี้คือ ทุกคนมีปัญหาส่วนใหญ่คือ ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว"

แต่เพื่อให้ข้อมูลทั้งสองด้านผมไปค้าหาข้อมูลใน net พบว่า ด้านที่ไม่ดีก็มีเช่นกัน เช่นหลายๆคนอบรมมาแล้วมีปัญหา หรือสงสัยว่าเป็นลัทธิอะไรหรือเปล่า ลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่


http://www.rickross.com/groups/landmark.html

http://www.geocities.com/antilandmark/landmark.html



edit @ 2006/12/10 11:41:45
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
หง่ะยังไงกันแน่
#1  by  *~นักสืบคิด~* At 2006-12-10 11:14, 
มันเป็นการสัมมนาเกี่ยวกับอะไรหรอคะ
#2  by  หมาปุ๊ก At 2006-12-10 11:21, 
ผมเห็นโฆษณาของ Landmark Forum เมื่อวันก่อนครับ
เพราะต้องไปสอบ TOEIC ซึ่งตั้งอยู่อาคารเดียวกันกับ Forum นี้
น่าไปลองฟังแนะนำหลักสูตรนิคับ
#3  by  AkE At 2006-12-10 13:46, 
พอดีทำงานอยู่ตึกเดียวกับแลนมาร์คฟอรัม
เคยเห็นคนเข้าออกจำนวนมาก หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
ค่อนข้างข้องใจอยู่นิด ๆ ว่า เขาทำอะไรกันแน่

ถ้าเป็นไปตามนี้ เป็นลักษณะของจิตวิทยามวลชน
เน้นแก้ไขจุดอับในจิตใจต่อสภาพความสัมพันธ์ส่วนบุคคล

แต่กับเวลาแค่สามวันครึ่ง ทำได้ถึงขนาดนั้น
ผมว่าวิธีการนี่แรงแน่ ๆ ถ้าวิทยากรไม่เก่งจริง ก็อันตรายน่าดู

หลังจากไปลองค้น ๆ ดูแล้ว ดูท่าผลลัพธ์จะออกมาดีพอสมควร
กรณีที่แย่ลงหรือเลวร้ายน้อยกว่าที่คิดนะ

ก็ถือว่าน่าสนใจล่ะครับ
เรื่องจิตวิทยา ถ้ามีสติอยู่กับตัวก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเท่าไหร่ล่ะนะ
#4  by  PaePae At 2006-12-10 18:06, 
อ่านแล้วน่าทึ่ง แต่ก็มีความกลัวเล็กน้อย ว่าจะทำให้เราหลงเชื่ออะไรผิดๆหรือเปล่าหนอ
#5  by  ฟิวส์ At 2006-12-10 23:31, 

เห็นด้วยกับคุณ paepae มีเพื่อไปเรียนเหมือนกันครับ เขาชวนไปเรียนด้วยแต่ไม่เอาดีกว่าเพราะทุกวันนี้ก็มีความสุขดี แต่สงสัยอยู่ข้อเดียวว่าถ้าเขาทำให้คนอื่นพบวิถีในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขอย่างเช่นที่พระพุทธเจ้าเคยทำมาก่อนแล้วจริง เขายังต้องการอะไรอีก ถ้าเขาอยากให้คนพ้นทุกข์จริงๆ ทำไมเขาไม่ช่วยสอนวิชานี้แก่คนด้อยโอกาส เด็กที่มีปัญหาหรือครอบครัวคนยากคนจนตามบ้านนอกคอกนาบ้าง จะเป็นการทำบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้คนทั้งประเทศมีความสุข สงสัยจริงๆนะคะ ไม่ได้ต่อว่า ใครรู้ช่วยคลายข้อสงสัยด้วยครับ แล้วจะไปเรียน คำถามก็คือ ทำไมต้องเก็บตังค์และทำไมถึงเก็บเยอะขนาดนั้น แล้วคนยากจนกว่าคนรากหญ้าจะมีโอกาสเห็นความสุขเหมือนที่คนมีตังค์เห็นมั้ย
ประเทศเราจะดีขึ้น ถ้าคนที่มีโอกาสจะยอมสละโอกาสบ้าง
#6  by  คุณสงสัย (125.25.193.4) At 2007-01-15 19:52, 
#7  by   (202.133.154.251) At 2007-06-07 18:23, 
#8  by   (202.133.159.235) At 2007-07-05 12:01, 
งมงายน่ะ เป็นกิจกรรมที่หลอกลวงเงินขอเตือนว่าอย่าไปหลงเชื่อ เพราะเห็นบางคนถูกหลอกให้ต้องเสียเงิน แล้วยังไม่เป็นตัวของตัวเอง ระวังจะเป็นเหมือนหมอประกิตเผ่านะครับ
#9  by  นัท (202.133.154.245) At 2007-07-05 13:18, 
ระวังนะคะเห็นเขาบอกว่าหน้าม้าเยอะ เป็นจิตวิทยาหมู่ ต้องสมัครลงคอร์ทต่อเนื่องเสียเงินเปล่าเปล่า
#10  by  รัชนี (202.133.154.245) At 2007-07-05 13:23, 
ก็คล้ายหลักศาสนาแหละครับ
ไม่มีอะไรมาก ถ้าเรารู้หลักของความดีชั่วแล้วไม่ต้องไปลองหรอก เสียดายตังค์
#11  by  คุณสุข (202.133.157.35) At 2007-07-05 13:37, 
ไปมาแล้ว 3 วัน แทนที่จะมีพลังกลับรู้สึกว่ากังวลมากขึ้นเพราะงานไม่เสร็จ เจ้านายจะไล่ออกรึป่าวไม่รู้
#12  by  ญาญ่าหยิง (58.10.146.72) At 2007-07-17 08:31, 
ถ้าแลนด์มาร์คฟอรั่มดีจริง ทำไมต้องมีการชวน guest มาด้วย เพราะว่าถ้าดีจริงคนก็จะบอกต่อๆ กันเอง เวลาไปอบรมมีคนคอยคุมอย่างนักโทษตลอดเลยน่าจะให้อิสระบ้าง บางครั้งรู้สึกอึดอัด ไปห้องน้ำก็ถามว่าจะไปไหน ทำอะไร อย่านานนะ ก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเข้มงวดขนาดนั้น พอเวลาถึงช่วง break ทานข้าวก็ไม่ให้ทานอย่างเต็มที่คอยนั่งถามตลอดเลยว่ามีเรื่องราวจะแบ่งปันเพื่อนๆที่ร่วมทานอาหารในกลุ่มมั้ย ไม่ให้ผ่อนคลายบ้างเลย เครียดเกินไป ดูเหมือนธุรกิจขายตรงเลยเน้นให้หาคนรู้จักมาฟังเพิ่มตลอดเวลาเลย
#13  by  คุณ _ หยิง (58.10.146.72) At 2007-07-17 08:46, 
อย่าไปกันเลยคนไทยทั้งหลาย เข้าวัดกันดีกว่า ไม่ต้องเสียตังค์ให้ต่างชาติหรอด (ทำให้ต้องให้เค้าคิดว่าคนไทยหลอกง่ายจัง)
#14  by  igig (58.10.146.72) At 2007-07-17 08:48, 
ไม่เห็นประโยชน์ อะไรกับ landmark forum ค่ะ คือ ถ้าชีวิตดีอยู่แล้ว คุณพอใจใน ชีวิต ของตัวเองอยู่แล้ว ทำไมต้องไปแสวงหาอะไร ให้มันมากมาย เสียเวลา ไร้สาระ รู้จักตัวเอง ได้ด้วยตนเอง หรือคนรอบข้างที่รู้จักคุณ และหวังดีกับคุณมาทั้งชีวิตจะได้ผลกว่าค่ะ
#15  by  3-P. (124.120.104.202 /unknown, unknown, unknown) At 2007-07-18 13:22, 
ไม่เห็นประโยชน์ อะไรกับ landmark forum ค่ะ คือ ถ้าชีวิตดีอยู่แล้ว คุณพอใจใน ชีวิต ของตัวเองอยู่แล้ว ทำไมต้องไปแสวงหาอะไร ให้มันมากมาย เสียเวลา ไร้สาระ รู้จักตัวเอง ได้ด้วยตนเอง หรือคนรอบข้างที่รู้จักคุณ และหวังดีกับคุณมาทั้งชีวิตจะได้ผลกว่าค่ะ
#16  by  3-P. (124.120.104.202 /unknown, unknown, unknown) At 2007-07-18 13:22, 
คนที่บอกมีความสุขอยู่แล้ว ก็มีไปครับแต่ที่นี้เขาช่วยให้คุณมีความสุขมากยิ่งขึ้นครับ เขาพูดในสิ่งที่คุณไม่รู้ว่าคุณไม่รู้ครับอีกอย่างที่นี้เขาไว้เพื่อคนที่ธรรมดาแต่อยู่เหนือธรรมดาครับ ผมเป็นหนึ่งคนที่เคยมีความคิดแคบๆเหมือนหลายๆท่านครับ ว่ามันเป็นสิ่งหลอกลวงประชาชน,ผมมีความสุขอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องมีตัวช่วยเลยเสียเวลา แต่หลังจากที่เข้าไปก็ได้รู้เลยครับว่า ผมชัดเจนกับชีวิตมากขึ้น มีความเติมเต็มหลายๆอย่างเกี่ยวกับชีวิตและได้รู้ว่ามีอะไรที่ขาดในชีวิต ขอบอกเลยครับตอนนี้มีความสุขมากๆๆๆๆ ถ้าคุณไม่เชื่อก็ลองเข้าดูก้อได้ครับ แล้วคุณจะเชื่อว่าผมไม่ได้โกหก

p.s.คนที่คอยคุมพวกคุณเขามีความชัดเจนมากครับ เขาเป็นห่วงพวกคุณมากกว่าตัวเขาเองด้วยซ้ำและเขาทุกคนต้องการให้พวกคุณได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเต็มๆครับ ทุกคนที่มาช่วยเขาสละเวลามาช่วยอย่างเต็มใจโดยไม่ได้รับผลตอบแทนนะครับ แต่เขาต้องการมอบสิ่งที่ดีๆนี้แก่ผู้อื่นครับ

p.s.ผมเข้าใจครับว่าถ้าไม่ได้เข้าแค่ได้ฟังก็คิดว่ามันงมงายหลอกลวงเปลืองเงิน แล้วก้อมีอคติต่างๆนานา แต่เมื่อคุณยังไม่ได้สัมผัสจริงๆก็ขอให้อย่าทำเป็นผู้รู้ครับ สิ่งดีๆในlandmark forum มันเยอะจริงๆครับ ยืนยันได้
p.s.ท้ายที่สุดนี้เรื่องหน้าม้าผมขอยืนยันได้ครับว่าไม่มี เพราะผมก็เป็นหนึ่งคนที่ขึ้นไปพูด (หรือคิดว่าผมโดนจ้าง??????)

ถ้ายังไงมีปัญหาคาใจอะไรก้อโพสถามผม ต่อได้ครับ ผมพร้อมที่จะตอบ ขอบคุณครับ

#17  by  ผู้เคยเข้าแลนด์มาร์ค (124.120.146.28) At 2007-07-24 03:20, 
ลืมบอกไปอีกอย่างครับสำหรับคนที่คิดว่าชีวิตคุณโอเคแล้ว อยากให้ลองมาเข้ามากๆครับแล้วจะรู้ว่าคุณมีอะไรหลายๆอย่างที่คุณได้จากforumทำให้ชีวิตคุณมีความสุขที่สุด มากกว่าที่คุณเป็นอยู่หลายเท่า!!! ในโลกในไม่มีคนที่อยู่อย่างperfectหรอกครับผมม
#18  by  ผู้เคยเข้าแลนด์มาร์ค ฟอรั่ม (124.120.146.28) At 2007-07-24 03:33, 
อ่า เท่าทีผมสัมผัส ผมว่ามันปนๆ กันคับ เรื่องจิตวิทยาหมู่ก็ใช่ ปัญหาส่วนตัวก็ใช่ จุดบอดแต่ละคน มาปรับเปลี่ยนแปลงกะมัน คือผมว่าคนที่ไปฟังก็น่าจะมีประโยชน์ดีนะครับ แต่ถ้าถามว่าคุ้มมั๊ย หมืนห้า บางคนเค้าคงคิดว่าคุ้มค่าถ้าไปโดนใจดำๆของเค้าเข้า แต่ถ้าคนที่ไม่โดนก็คงบอกเลยว่าไม่คุ้ม แพง และจิตวาทั้งหมู่ ทั้งจิตวิทยาเดี่ยว แถมเชิญชวนดึงต่อเป็น viral marketing
#19  by  satankung (58.8.203.74) At 2007-09-19 00:06, 
Hellow people!

I'm newbie on this forum) but I somehow got used at once to meet with his inhabitants

It is my first post so I would like to make you laugh
Here I will make an effort lay out videos or picture and other funny stuff from WWW every day !! =)

Moderators carry plz this theme in a necessary section =)

http://funnyworldd.blogg.no
http://celebswith.nettblogg.no


Let us smile as possible more frequent
#20  by  genribono (59.93.166.167) At 2007-10-01 20:28, 
สามวันจะเปลี่ยนชีวิตคนเราได้ยังไง โฆษณาเกินจริง
#21  by  คนเคยไปอบรม (58.136.207.156) At 2007-10-27 20:39, 
บอกตามตรงเลย มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ กับการที่คุณเสียเงิน 15000 เพื่อไปนั่งฟัง 3 วันแล้วหลังจากนั้นก็จะมีหลักสูตรอื่นๆ อีกมากมาย พูดง่ายๆ คือ ต้องมีเงิน 100000 ครับ ผมได้เข้าร่วมมาแล้วดีนะที่เป็นงานทางบริษัท ถ้าเป็นส่งตัวผมไม่ไปหรอ ตอนนี้ผมยังมานั่งเสียใจถึงทุกวันนี้เลยว่าผมไม่น่าไปนั่งฟังให้มันเมื่อย อย่างนั้น มีพี่ที่ทำงานได้หลวมตัวเข้าไปเสียเงินกับการอบรมบ้าๆ เป็นแสนสุดท้ายก็ไม่ได้อะไรออกมาจากมัน หลายๆ คนที pop ตอนนั้นผมถามตรงๆ นะพวกคุณเคยคิดบ้างมั้ย ว่าพระพุทธศาสนาก็สอนแบบนั้นไม่ใช่รึเรากับลืม มันแต่เรากับไปนิยมสิ่งเราเห็นว่า เราไม่เคยคิด การอบรมนี้มีแม้กระทั่ง พระ แม่ชี คนแก่ ที่ไม่มีเงินจะกินแล้วยังต้องเอาเงินมาให้อีก
พวกคุณลองคิดดูนะ เค้าบอกว่าเค้าทำเพื่อการศึก
ษา แล้วทำไมกระทรวงศึกษาธิการไม่ออกใบอนุญาติหล่ะ แล้วเค้าเหล่านั้นจะเอาเงินที่ไหนใช้ ถ้าไม่ใช่เงินจากคุณ อย่าไปหลวมตัวคุณต้องเชิญใครต่อใครอีกมาเป็นเยื่อ ของมัน
#22  by  คนคนหนึ่ง (61.7.232.26) At 2007-11-18 17:33, 
เราคือคนหนึ่งที่เข้า landmark forum แล้ว และได้ในสิ่งที่ทุกคนพูดถึง แต่ที่ได้มากไปกว่านั้น คือ ได้ชีวิตใหม่ กล้าทำอะไรใหม่ ทั้งที่เมื่อก่อนอยากทำแต่ทำไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมทำไม่ได้ แต่หลังจาก เข้า landmark forum แล้วเราได้รู้ว่า นั้นคือ จุดบอดของเราที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเรามี เพราะถ้าเรารู้ ก็ไม่ใช่จุดบอด คนที่ยังไม่ได้เข้า ก็สามารถเข้าไปฟัง intro lamdmark forum ก่อนได้ และหากไม่ต้องการชีวิตที่มีพลัง และ มีความสุข ท่านสามารถเลือกได้ โดยอิสระ และอยากบอกอีกอย่างหนึ่งว่า landmark ให้การแยกแยะและแนวทางใหม่ ที่คุณสามารถเลือกได้ ด้วยตัวเอง เพราะตอนนี้คุณมีแค่ทางเดียวเท่านั้น เมื่อมีทางใหม่เปิดขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะเลือกทางไหน ลองคิดดูว่า มีทางเลือก มากขึ้นในชีวิต กับไม่มีทางเลือก คุณเลือกแบบไหน เพราะนั้นคือ ชีวิตของคุณ Landmark ไม่ใช่การซ่อมแซม แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วคุณก็เลือกค่ะ เท่านั้นเอง หากต้องการข้อมูลเพื่มเติม โทรมาหาเราได้ 02-3027000 แล้วเราจะมีคุตอบให้กับคุณ
#23  by  คน Transform (203.113.0.199) At 2007-12-21 10:12, 
เข้าวัด , เรียนรู้ด้วยตัวเอง , พัฒนาตัวเอง, อ่านหนังสือ นั้นคือสิ่งที่ทุกคนทำ แต่ทำไมไม่รู้สึกเติมเต็มกับชีวิต ลองมองลึกๆ นะค่ะ บางที่คุณจะรู้ว่าทำไม ง่ายค่ะที่จะโทษคนอื่นหรือสิ่งอื่นเมื่อผิดพลาดเกิดขึ้น เพราะมันเป็นธรรมชาติและเราเป็นมานานแล้ว มีบ้างไหมค่ะ ที่เราจะรับผิดชอบด้วยตัวเอง โดยไม่มีการโทษว่าคนอื่นผิด หรือ เราถูก และสิ่งที่เรารู้และสัมผัสได้คือ landmark ไม่ใช่ศาสนา และเกี่ยวกับลัทธิใดๆ และศาสนาคือ สิ่งที่สุดยอดอยู่แล้ว ลองเปิดใจรับสิ่งใหม่ดูไหมค่ะ แล้วบางทีชีวิตคุณอาจเปลี่ยนไปและมีความสุขขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า คิดบวกนะค่ะ เพราะนั่นคือ การกลบการคิดลบ ชีวิตทุกคนมาจากที่เดียวกันค่ะ ลองนึกดูนะค่ะ แล้วคุณๆ ท่านๆ จะรู้ว่าเราพูดจริงไหม ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของ มนุษย์ มาจากที่เดียวกัน แต่ต่างพื้นที่และเวลา เท่านั้นเอง ถ้าคุณเข้าใจ ชีวิตคุณก็มีความสุขค่ะ แล้วคุณก็สามารถนำความสุขไปหาคนอื่นได้ด้วย เคยไม่ยินไหมค่ะ "ให้อะไรไม่เท่าให้ชีวิตใหม่" "ยิ่งให้ยิ่งได้" ก็คุณได้ความสุขไงค่ะ เพราะคุณได้ให้ความสุขกับคนอื่น นี่แหละค่ะ สิ่งที่ landmark ให้กับชีวิตทุกคน
#24  by  คน Transform (203.113.0.199) At 2007-12-21 10:24, 
เราไปมาแล้วนะ อยากจะบอกว่า จริงจริงแล้วมันก้แล้วแต่จะคิดมันเป็นการหาทางออก
อย่างหนึ่งของคนที่มีปัญหา

ไม่อยากจะให้คิด ว่า เปนลัทธิ หรืออะไรก้ตามจิงจิงแล้ว มันก้ค่อนข้างเหมืนอ ศาสนาพุทธ นะ
แต่เปนของคนรุ่นใหม่มากกว่า สำหรับคนที่ไม่ชอบไปวัด

จิตวิทยาของเค้าอาจจะแรงจิงค่ไปนั่งฟังนั่งคุยกับคนข้างข้าง
แต่ว่า จิงจิงแล้วคนเรา เวลาฟังเรื่องที่เลวร้ายกว่าตัวเองก้มักจะรู้สึกดีขึ้นเอง
หรือก้รู้สึกดีที่ได้ระบายอะไรออกไป

มันขึ้นอยู่กับว่า คุณเข้าไปแล้ว จะ ยึดติดกับมันมากแค่ไหน

เราเปนคนนึงที่รู้สึกดีกับที่นี่ ถึงจะรู้สึกแปลกแปลก กับคนในนั้นนิดหน่อย แต่โดยรวม เราว่ามันก้คุ้มค่าที่เข้าไปลองนะ

เคยเปนคนหงุดงหิดมากก้หงุดหงิดน้อยลง หายเรวขึ้น ยังงัยก้ตามหลังจากจบคอร์สออกมาสู่โลกความเปนจริง เหมือนเดิมก้ ต้องปรับกันไป จะใ้ห้คิดว่ามีความสุขตลอดเวลาขนาดนั้นคงไม่ได้หรอกนี่มั้
#25  by  ina (124.120.208.134) At 2008-01-02 20:05, 
http://www.caic.org.au/index.php?option=com_content&task=view&id=1243&Itemid=12

วีดีโอเทปรายการฝรั่งเศสที่แอบเข้าไปถ่ายใน Landmark Forum ฝรั่งเศส...ดูแล้วตัดสินดูนะ...

ใครอ่านอังกฤษไม่ออก ประเด็นคร่าวๆ คือ
1. แลนมาร์ค ใช้เงินซื้อนักจิตวิทยาคนหนึ่งในฝรั่งเศส(และประเทศอื่นๆ) เพื่อรับรองยืนยัน แต่นักจิตวิทยาคนนั้นก็ไม่ได้เข้าไปสังเกตการณ์จริงๆ หรอก
2. คนของแลนมาร์ดไม่ได้เทรน ไม่มีความรู้ในเรื่องที่เค้าทำจริงๆ...(โดยนักจิตวิทยาคนเดียวกับที่แลนด์มาร์คซื้อตัวพูดเองหลังจากที่รายการไปขอสัมภาษณ์)
3. เป็นขบวนการล้างสมองอย่างหนึ่ง(brainwashing)หลักการง่ายๆ จิตวิทยาพื้นฐาน คือให้อดข้าว ไม่ให้เห็นแสงเดือนแสงตะวันสัก 3วันครึ่ง แล้วทำให้จิตใจอ่อนล้าโดยพูดเรื่องทำลายความรู้สึก...จากนั้นก็ ใส่อะไรลงไปก็ได้ รวมถึง แลนด์มาร์คเป็นสิ่งที่ดี คุณเข้าไปแล้วมีความสุข คุณจะชวนเพื่อนๆมาด้วย ฯลฯ
4. แลนด์มาร์คไม่รับผิดชอบ"ความเสียหาย"ต่อร่างการและจิตใจที่เกิดขึ้นหลังเข้าร่วมสัมมะนาโดยให้ทำสัญญาไว้ด้วย...
5. มีคนที่ออกมาแล้วแทนที่จะดีขึ้นกลับต้องไปจ่ายเงินหาจิตแพทย์เพื่อบำบัดความผิดปกติทางจิตที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมสัมมะนา
6.ตามรายการฝรั่งเศส มีรายการอาชญากรที่มีประวัติเข้าร่วมกับแลนด์มาร์คฟอรัมยาวเป็นหางว่าว(เกิดจากการลบความกลัวออกไปทำให้กล้าทำอะไรที่ไม่ควรทำ เช่น ข่มขื่น)

เราว่า ถ้าอยากประสบความสำเร็จในชีวิต มีความสุขในชีวิต มีวิธีอื่นอีกเยอะแยะไม่จำเป็นต้องเสียเงิน15000เพื่อไปเสี่ยงอะไรที่ไม่ควรเสี่ยงโดยการ "อนุญาติให้คนอื่นล้างสมอง มีของแถมเป็นการทำตลาดให้เค้าด้วย"
#26  by  ลองดู (125.27.226.145) At 2008-01-20 16:22, 
เออ มันคือสิ่งที่ไม่เห็นจำเป็นต้องเรียนเรยอ่ะ ทำดีกะพ่อแม่ เข้าใจคนอื่น ยิ่งเราเข้าใจคนอื่นมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้น ปัญหาไม่เกิดหรอกถ้าทุกอย่างชัดเจน (เอ เหมือนในโฆษณาเรยอ่ะ) ถ้าเพียงคุณอยากมีความสุข คุณก็มองทุกอย่างให้เป็นกลางสิ เราจาเป็นที่รักของใคร หรือความสุขหาได้จากที่ไหน ไม่เห็นต้องเสียตังเรยอ่ะ ความสุขที่แท้จริงเราต้องค้นพบมันเองสิ สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในสมองของทุกคนแหล่ะ ถ้าคุณเห็น กล่อง 1 ใบ มีคุณ 1 คนกับคนที่นั่งตรงข้ามกับคุณอยู่ ถ้าคุณถามเค้าว่าเค้าเห็นอะไร ถ้าคำตอบมันไม่ตรงกับสิ่งที่คุณเห็น พวกเค้าผิดใหม?? เค้าก็อาจไม่เห็นอย่างที่คุณเห็นก้ได้นะ ก็แค่คุณย้ายมุมมองไปมองมุมเดียวกับเค้า ไม่ได้หมายความว่าให้คิดแบบเดียวกับเค้านะ แค่คุณจะเข้าใจพวกเค้าไง ว่าพวกเค้าเห็นอะไรอยู่ ลัทธิสุขนิยมบ้าบออะไร ทำทุกอย่างให้ตัวเองมีความสุข ละคุณเคยเห็นคนที่เค้ายอมเป็นทุกข์แค่เพียงเห็นคนที่เค้ารักมีความสุขมั๊ย การใช้ชีวิตของมนุษย์มันไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวหรอก 100 คน ก็หาความสุขให้ตัวเอง 100 แบบ ละคนที่เค้าเป็นที่รักของทุกคนได้ มีความสุขได้ โดยไม่ต้องเสียตังล่ะ ถ้าเสียตังแล้วทำให้มีความสุข แล้วหรอ การนั่งฟังคนอื่นป้อนความคิดอะไรต่อมิอะไรเข้ามาในหัวเรา จะทำให้เราคิดดี ทำดีเหรอ งั้นถ้าทุกคนมีตัง แล้วไปนั่งฟัง landmark ก็คิดดีทำดีทุกคนงั้นสิ่ ไม่หรอก คุณแค่รู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่พวกเค้าพูด ณ ตอนที่คุณกำลังฟังอยู่ จนอดใจไม่ไหวที่จะกดโทรศัพท์ไปหา พ่อ แม่ พี่ น้อง ต่างๆนานา ว่าคุณซาบซึ้ง แค่ไหน พวกเขาพูดให้พวกคุณรักพ่อแม่ บุญคุณของท่าน หรืออะไรก็แล้วแต่ ทำไมล่ะ?? สิ่งพวกนี้ พวกคุณคิดเองไม่ได้หรือไง มันเป็นความคิดพื้นฐานนะ มันไม่ใช่สิ่งที่เราโดนพร่ำบอก พร่ำสอนมาหรอกหรือ แค่พวกเราไม่เคยใส่ใจมันไง ไม่เคยหันกลับไปมองมุมคนอื่นบ้าง พวกคุณน่ะ ที่เราเงินเป็นหมื่นเป็นแสนไปเข้าอบรมสัมมนานี้ คุณแน่ใจแล้วน่ะเหรอว่าสิ่งที่คุณได้มันคือความสุข คุณรักแม่ รักพ่อ รัก เข้าใจคนรอบข้าง มีความสุข จริงเหรอ ละความสุขที่คุณต้องการแท้จริงแล้วคืออะไรล่ะ พวกเค้าสามารถหาคำตอบให้คุณได้สินะ?? จิงหรอ?? คุณจะเสียงไหมที่เอาเงินไปแลกกับน้ำลายคนอื่น แล้วถ้ามันไม่ใช่ล่ะ เอาจิงๆนะ 10 บาทคุณซื้อข้าวให้หมาข้างถนนกินอ่ะ เวลาคุณให้อาหารหมาหิวโซกิน คุณมีความสุขกว่ารึเปล่า อยากรู้ว่า สาขาของ landmark ทั่วโลกน่ะ ถ้าคิดเล่นๆ นะ คนที่หมดเงินไปกับการสัมมนาเนี่ย มูลค่าเท่าไหร่ ละมันทำให้โลกเราดีขึ้นเปล่า หรือไง แต่ที่แน่ๆ คือ เจ้าของลัทธิเนี่ย รวยยย
ลองคิดดีๆสิ่ ว่าเค้าสร้าง landmark ขึ้นมาเพื่ออะไร เพื่อสังคม?? เพื่อความคิดที่ดี??? เพื่อคนที่ต้องการหาความสุข??
เพื่อมุมมองใหม่ๆ??? เพื่อรายได้มหาศาล?? เพื่อเงิน?? มันคือการตลาด มันคือการจูงใจ มันเหนือกว่าการขายสินค้าหลายเท่า โลกเราก็ยังมีคนที่ไม่มีความสุขเยอะเหมือนกันนะ ****อย่าลืมนะคะ ความสุขหาได้จากสิ่งรอบๆตัวเรา และที่สำคัญความสุขไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน และความสุขที่แท้จริงเราต้องค้นพบด้วยตัวเราเอง

#27  by   (124.120.188.216) At 2008-05-06 00:32, 
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ครับ แต่อยากจะบอกว่า มันคือหลักศาสนาพุทธที่นำมา re-packaging และใช้หลักการตลาดแบบ MLM (เช่น AMWAY, GIFFALINE, etc.) ในการขายครับ คนที่เป็น lecturer ในห้อง พยายามจะบอกว่า มันเป็น new technology ที่พวกเค้าคิดค้นกันขึ้นมา และค่อนข้างหงุดหงิด ถ้ามีคนไปบอกว่า มันเหมือนกันศาสนานู้นนี้

นอกจาก AMWAY แล้ว สิ่งที่ทำให้ผมนึกถึงอีกก็คือ ลัทธิ SCIENTOLOGY ครับ ลัทธิเท่าที่ทราบ หนึ่งในผู้ที่นับถือก็คือ Tom Cruise บางคนให้ความเห็นว่า ลัทธินี้มีต้นกำเนิดจากการที่ชาวตะวันตกหลายๆ คนเริ่มคลางแคลงในพระเจ้า ว่าจะมีตัวตนจริงๆ หรือ? และพวกเข้าก็อยากจะได้อะไรที่มันเป็นเหตุเป็นผลมากกว่านั้น ไอ้ครั้นจะหันมานับถือศาสนาพุทธ มันก็คงจะเสียรังวัดพอสมควร ก็เลยคิดค้น SCIENTOLOGY ขึ้นมา โดยอาศัยตรรกวิทยา และจิตวิทยามาเป็นกระดูก และใช้การหลักการบริหารหรือการตลาดสมัยใหม่มาเป็นเนื้อหนัง

หลังจากไปร่วมฟังมาสองวัน ก็บอกตัวเองว่า จะไม่ไปในวันที่สามอย่างแน่นอน เพราะมันมีลักษณะของการสะกดจิตหมู่อย่างชัดเจน และอาศัยการแชร์เรื่องราวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นความโศกเศร้าของผู้ที่เข้าร่วมคอร์ส เพื่อการสร้างอารมณ์ดราม่าให้เกิดขึ้น และส่งผลกระทบในลักษณะ chain reaction (ปฏิกิริยาลูกโซ่) เพราะคนที่ได้ยินได้ฟังจะเริ่มมีอาการ in อย่างบอกไม่ถูก และเมื่อคุณ in จิตคุณจะเปิด เมื่อ lecturer พูดอะไร ต่อไปนี้คุณก็จะเปิดใจรับได้ตลอด ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริง (อันนึงที่ผมไม่ชอบมากๆ เพราะมันไม่น่าจะจริงในสายตาของผมก็คือ lecturer บอกว่า คนที่เป็นพ่อแม่ ไม่ควร และไม่สามารถเป็นเพื่อนกับลูกได้ พวกเค้าต้องแสดงบทบาทให้ชัดเจนว่าเป็นพ่อเป็นแม่

น่ากลัวครับ ผมมองว่าเป็นการ "คุกคามทางวัฒนธรรม" อย่างหนึ่งครับ sad smile
#28  by  จุก (124.120.7.150) At 2008-05-11 22:59, 
เรากะลังคลางแคลงสงสัยอยู่เหมือนกันกับหลักสูตรนี้
เพื่อนเพิ่งโทรชวนให้ไปเป็นเกสฟัง ก็เลยคิดว่าจะได้รู้อะไรใหม่ๆ
แต่ปรากฏ ให้ไปฟังอินโทรดั๊กชั่น ว่าหลักสูตรนี้ดียังไงมั่ง ฟังดูก็น่าสนใจดี ถ้าเราเปลี่ยนชีวิตได้อย่างนั้นภายในสามวัน
พอจบการแนะนำ ก็มีคนมาประกบผู้ที่เข้าฟังทันที ตัวต่อตัว โน้มน้าวใจสุดฤทธิ์ให้ไปลงทะเบียนจองในราคา 3000 บาท คืนไม่ได้ด้วยถ้าจะเปลี่ยนใจ เรื่องอะไรจะต้องรีบจองหละ เค้าก็บอกว่า ถ้าคุณจอง ก็เหมือนกับคุณได้เริ่มหลักสูตรนี้ไปเรียบร้อยแล้ว เราก็บอกถึงเหตุผลต่างๆว่ายังไม่อยากเรียนตอนนี้ เค้าก็โน้มน้าวใจ ชักแม่น้ำทั้งหก มาประกอบ แต่อย่านึกว่าชั้นจะหลงกล คือตอนนั้นรู้สึกอย่างนั้นแล้ว ว่าถ้าหลักสูตรดีจริง ไม่เห็นต้องมาผลักใสทำทุกวิถีทางให้คนไปจองเข้าเรียนเด๋วนี้ แค่จิตวิทยาตรงนี้ยังทำให้คนเข้าใจว่าอย่างงี้ แล้วเข้าไป จะดีจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ จากที่คิดว่าจะเรียน เลยต้องมาทบทวนใหม่ และก็เลยหาคำแนะแนวจากคนอื่น รวมทั้งมาอ่านในบล๊อกนี้ ทำให้คิดว่า ไม่เรียนดีกว่า

#29  by  แค่อินโทร (124.120.63.25) At 2008-05-26 00:25, 
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นประธาน พระพุทธเจ้าสอน แต่ลืม (ที่ตอบได้เนี่ยเพราะเจ้้านายเข้า landmark forum มาแล้วก็มาทำ workshop ในรูปแบบเดียวกันที่บริษัท )
#30  by  landmark sucks (116.58.231.242) At 2008-06-13 23:37, 
อย่าเข้าไปนะ หรอกลวง ไปเข้ามาแล้ว ถูกกดดัน ให้เข้าคอร์สอื่น ๆ อีก ที่นี่เป็นแค่ธุรกิจ ส่วนวิธีการของ landmark ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแล้วสมัยนี้ มีสัมมนา หรือหนังสือที่เปิดกว้างและดีกว่านั้นมากมาย เช่นหนังสือของกฤษณะมูรติ หรือ Osho
#31  by   (58.9.120.168) At 2008-07-05 18:04, 
landmark ชอบใช้คำพูดว่า ลองพิจารณาดี ๆ ว่าการที่คุณติดเรื่องเงิน หรือชะลอการตัดสินใจ ที่นี่คงไม่ใช่ที่เดียวในชีวิตคุณ เพราะถ้าคุณยังลังเลกับที่ landmark ในชีวิตคุณก็ลังเลแบบนี้ และหลาย ๆ ครั้ง โอกาสก็ผ่านไปโดยที่คุณไม่ได้ทำอะไร นี่จะเป็นครั้งแรกที่คุณจะมีประสบการณ์ที่ชนะตัวฉุดพวกนี้ และหลังจากนี้รับรองว่าตัวฉุดพวกนี้ก็จะไม่มีผลกับชีวิตคุณแล้ว ถ้าคุณสนใจอยากได้ประสบการณ์นี้ ลงทะเบียน !

พอพูดจบ คนฟังก็จะเห็นว่า จริงหรอ ! เพราะเรื่องนี้จริง ๆ หรอ เอาวะ ลองดูละกัน เผื่อมันจะดีกับเราจริง ๆ

คุณก็เสร็จ เรียบร้อย ลองคำนวณดูว่าเงินออกต่างประเทศเท่าไหร่ ค่าเรียนคนละ หมื่นห้ามั๊ง คอร์สนึงก็มีคนเรียนประมาณ 100 - 200 คน ก็เงินไหลออกต่างประเทศ 1 ล้าน - 2 ล้าน ต่อครั้ง เดือนนึง ๆ เงินไหลออกกี่ล้าน ประเทศไทยจะเหลืออะไร
#32  by   (58.9.120.168) At 2008-07-05 18:13, 

<< Home