2010/Jan/29
2010/Jan/06
อะไรที่ทำให้ธนาคารแห่งหนึ่งลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตัวเองใหม่ให้เข้ากับท้องถิ่น? อะไรที่ทำให้ธนาคารกสิกรไทยสาขาปายใช้ไม้ฝาบ้านเก่า ๆ สีซีดจางมาตกแต่งผนัง? แทนที่จะเป็นสีไม้บีช หรือไม้โอ๊คที่ดูหรูหรา เพราะเหตุใดเราจึงเห็นโคมไฟที่หุ้มด้วยผ้าสีเอิร์ทโทนให้แสงนุ่มนวลสบายตา แทนที่จะเป็นแสงสีขาวของนีออนที่สว่างจ้าเหมือนอยู่ในโรงพยาบาล หรือโรงงาน? ทำไมธนาคารแห่งนี้จึงดูไม่มีเค้าของความเป็นธนาคารเหลืออยู่เลย มันดูคล้ายจะเป็นร้านกาแฟน่านั่งร้านหนึ่งเท่านั้นเอง?
ผมยอมรับว่ารู้สึกอึ้งเมื่อได้เห็นภาพธนาคารกสิกรไทยสาขาปาย ไม่คิดว่าในชีวิตจะได้เห็นธนาคารในประเทศไทยที่ตกแต่งได้กิ๊บเก๋ขนาดนี้ ผมตื่นเต้นครั้งแรกเมื่อพบว่าชั้นล่างของธนาคารกสิกรสาขาสยามสแควร์ถูกแปลงร่างเป็นร้านกาแฟสตาร์บัคส์ แต่เรื่องนี้มันก้าวไปอีกขั้นอย่างคาดไม่ถึง เพื่อนนครสวรรค์หลายคนอยากจะให้ธนาคารบ้านเราทำแบบนี้บ้าง ตกแต่งในสไตล์วัฒนธรรมของนครสวรรค์ ก็ไม่รู้จะออกมาเป็นไงเพราะอาจจะต้องมีสิงห์โต มังกร และคงจะหนีไม่พ้นลุคแบบโรงเตี้ยมในหนังจีนเป็นแน่? ถ้าหากเรายอมรับว่านั่นคือวัฒนธรรมของนครสวรรค์.. คงจะสนุกน่าดูถ้าชาวบ้านที่มาจากต่างจังหวัด จะเข้ามาทำธุรกรรมแล้วหาธนาคารไม่เจอเพราะนึกว่านี่เป็นร้านอาหารจีน หรือเป็นภัตตาคารเล่งหงษ์สาขา 3 4 หรือ 5
ปัญหาว่าวัฒนธรรมนครสวรรค์คืออะไรคงตอบกันชั่วลูกชั่วหลานก็ไม่จบ เพราะวัฒนธรรมมีความหลากเลื่อนในความหมายอยู่แล้ว หากถ่ายภาพวัฒนธรรมเอาไว้ได้ภาพที่เห็นก็คงจะมีอายุขัยเพียงชั่วงูแลบลิ้น ก่อนที่มันจะกลายเป็นเพียงภาพของ "อดีตวัฒนธรรม" ภาพที่เราเห็นในกสิกรไทยสาขาปาย ก็คงพูดไม่ได้เต็มปากว่านั่นคือวัฒนธรรมของปาย แต่อาจจะพูดได้ว่าเป็น "กลิ่นอาย" ของความรู้สึกของคนแถวนั้น ซึ่งคนแถวนั้นจะมีสักกี่คนที่เป็นคนปายแท้ ๆ เอาเป็นว่าวัฒนธรรมเช่นนี้เป็นภาพแทนของสิ่งที่คนคิดว่า "ปาย" ควรจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้แล้วก็ตกแต่งไปอย่างนั้น "ตามที่เห็นและเป็นอยู่" ผลิตซ้ำความหมายของสุนทรียภาพในแบบของปาย สืบต่อกันไปเรื่อย ๆ จนไม่มีใครรู้ว่ามันเริ่มที่ไหน และจะจบลงตรงไหน และอาจจะบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแล้วมันแตกต่างหรือเหมือนกับที่อื่น ๆ ตรงไหน
ถ้าถามว่านครสวรรค์ควรจะมีอะไรแบบนี้มั้ย ผมว่าถ้าหากมีมันก็สนุกดี และถ้ามันน่ารักจริงผมก็อาจจะไปแกร่วอยู่ทุกวันก็ได้ ไม่แน่ผมอาจจะไปเปิดร้านน้ำชาอยู่ข้าง ๆ หรือไม่ก็ติมซำนึ่งสด ก็น่าจะเข้ากันได้
แต่คำถามนี้ก็กวนใจผม ว่าแล้วเราควรจะมีธนาคารท้องถิ่นที่ตกแต่งในกลิ่นอายนครสวรรค์หรือไม่? จริง ๆ แล้วถ้าจะขยายขึ้นไปอีกคำถามก็คือจริง ๆ แล้วธุรกิจที่ไม่ใช่เป็นของคนท้องถิ่นควรจะปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่นในดีกรีที่มากหรือน้อยแค่ไหนเพียงใด ผมคิดเล่น ๆ และจะลองนำเสนอกรอบวิธีคิด โดยผมมองเรื่องนี้เป็นสองแกน แกนที่หนึ่งคือสถานการณ์แวดล้อม ส่วนแกนที่สองคือเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่ง 2x2 จึงได้เป็น 4 แบบ ดังนี้ "จำเป็นต้องมี แต่ไม่อยากมี" "จำเป็นต้องมี และอยากมี" , "ไม่จำเป็นต้องมีแต่อยากมี" และสุดท้าย "ไม่จำเป็นต้องมี และไม่อยากมี"
ถ้าเรากระทำการในแบบ "จำเป็นต้องมี ถึงแม้ไม่อยากมี" หมายความว่าสถานการณ์แวดล้อมบอกเราว่าเราจำเป็นต้องมี ส่วนที่ไม่อยากมีก็คือคนในองค์กรของเราไม่อินกับเรื่องนี้เลย การ "จำเป็นต้องมี ถึงแม้ไม่อยากมี" ก็คือการที่สถานการณ์บอกกับเราว่าหากเราทำธนาคารให้เข้ากับกลิ่นอายของท้องถิ่นนครสวรรค์ถือว่าผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะคู่แข่งเขาทำอย่างนั้นกันหมดแล้วและลูกค้าเองก็คาดหวังกับเราว่าต้องมี ถึงแม้ว่าเราจะไม่อยาก หรือไม่อินกับเรื่องเหล่านี้เลยเราก็ต้องฝืนใจมี หรือฝืนใจลงทุนทำอย่างนั้นเพื่อการอยู่รอด
"จำเป็นต้องมี และอยากมี" ถ้าตกอยู่ในแบบนี้ คู่แข่งของเราเขามีกันแล้ว และเราเองก็คิดว่ามันเป็นเรื่องดีน่ามีน่าทำ เราอยากจะอยู่ร่วมกับเขาเราก็ทำไปตามนั้น
"ไม่จำเป็นต้องมี แต่อยากมี" ในแบบนี้เราเป็น Trend Setter เป็นจ่าฝูง เพราะความต้องการเช่นนี้อาจจะยังไม่ปรากฎในหมู่ลูกค้าอย่างชัดเจน คือจะว่าไปยังไม่มีลูกค้าคนไหนมาเรียกร้องให้เราทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ ยังไม่มีลูกค้ามายืนยันว่าเขาต้องการจะเห็นว่าเราทาสีเสาของธนาคารของเราให้เป็นสีแดงแบบหนังจีนกำลังภายใน ส่วนคู่แข่งก็ยังไม่เห็นทีท่าว่าจะขยับทำอะไรสักอย่าง แต่ให้ตายสิ เผอิญเราดันเห็นแล้วว่าถ้ามีมันจะดี เราจึงลงมือทำไปตามนั้น การทำให้ได้อย่างนี้ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลกว่าสามัญชน แต่วิสัยทัศน์แค่นี้ก็ยังไม่พอยังต้องมีความกล้าเผชิญ ต้องสามารถตบตีกับลูกน้องและเจ้านายด้วยกระบี่ที่ถืออยู่ที่มือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งต้องถือพัดคอยปลอบประโลมคนรอบข้างเอาอกเอาใจให้เห็นพ้องกับเราไปด้วย เพราะทำสิ่งใหม่ก็ต้องใช้ภาวะผู้นำสูง พวกขี้แหยหรือเงื่อนไขเยอะถอยไปให้ห่าง เดี๋ยวปั๊ด!!!
"ไม่จำเป็นต้องมี และไม่อยากมี" ถ้าตกอยู่ในสภาพแบบนี้ แสดงว่าสภาพการแข่งขันของเราไม่ได้บอกเราเลยว่าเราควรจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้เปลี่ยนไปจากที่เราทำอยู่แล้ว ๆ มา ลูกค้าก็เฉยสนิทไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษขนาดนั้น อาจจะต้องการเพียงอย่างเดียวก็คือสินค้าดี ราคาถูก สะดวก ปลอดภัย จบ... หรือลูกค้าอาจจะพึงพอใจแล้วที่ธนาคารของเราดูไฮเทค สะอาด สว่าง เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ไม่ได้ต้องการที่วางปากกาที่เป็นรูปมังกรคาบแก้ว หรือที่รองแก้วน้ำเป็นยันต์แปดเหลี่ยมง๊อไบ๊ โดยสรุปคือความต้องการพื้นฐานที่เราทำอยู่แล้วและจะทำต่อไป ที่ว่าไม่อยากมีก็คือ เราไม่อยากจะทำอะไรอย่างนั้น จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามแต่ เราอาจจะขี้เกียจ หรือไม่มีเงินลงทุนเพียงพอที่จะทำอะไรแบบนั้น สุดท้ายเราจึงไม่ทำอะไร รวมทั้งไม่รู้สึกว่าการไม่ทำมันเป็นปัญหาอะไรมากมายด้วย
ถ้าถามผม นครสวรรค์ หากวิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมจัดอยู่ในกลุ่ม "ไม่จำเป็นต้องมี" หากวิเคราะห์องค์กรของเราก็น่าจะจัดอยู่ในกลุ่ม "ไม่อยากมี" รวมกันก็คือ "ไม่จำเป็นต้องมี และไม่อยากมี" สรุปว่าโอกาสที่ผมจะเห็นอะไรแบบนี้ในนครสวรรค์ในเร็ว ๆ นี้มีน้อย จนถึงน้อยที่สุด....
2009/Mar/21
ปิดเทอมนี้!! มาทำอะไรที่แปลกใหม่ สนุกอย่างมีสาระกันดีกว่า!! กับค่ายละคร "ห้าวันฉันเปลี่ยน" :-